งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม

งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน พร้อมกับลิ้มรสอาหารทะเลอร่อย ๆ ไม่ควรพลาดกับงานเทศกาลล่องเรือกินปู

งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน

ใครอยากหาที่เที่ยวกรุงเทพฯ พร้อมกับลิ้มรสอาหารทะเลอร่อย ๆ ไม่ควรพลาดกับงานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ ภายในงานคุณจะได้ชิมอาหารทะเลสดจากร้านอาหารชื่อดังย่านบางขุนเทียน เลือกซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าราคาถูกส่งตรงจากโรงงานมากมายไม่อั้น สำหรับรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามีมาบอกแล้ว…โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของเขตบางขุนเทียน อีกทั้งเป็นการสร้างงานกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมฟื้นฟูมรดกทางปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ตลอดจนส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลนตามนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพฯ
ภายในงานสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
– การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน
– ชิมอาหารทะเลจากร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดชื่อดังย่านบางขุนเทียน
– การจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากโรงงานในพื้นที่เขตบางขุนเทียน
– กิจกรรมปั่นจักรยาน ล่องเรือชมป่าชายเลนบางขุนเทียนและหลักเขตกรุงเทพฯ
– เยี่ยมชมดูวิถีชาวทะเลของชาวบางขุนเทียน
– นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ใครที่อยากลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ แต่ไม่อยากเดินทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ ยังไงก็ลองแวะมาเที่ยวงานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 กันดู รับรองเลยว่าเต็มอิ่ม จุใจ รับรองทั้งคุณภาพและความอร่อย ไม่เสียชื่อบางขุนเทียนแน่นอน…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก จังหวัดราชบุรี เดินเล่นซื้อของสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชน

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก ท่ามกลางแมกไม้ สายน้ำ และภูเขา กันอย่างเต็มอิ่ม

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก

จังหวัดราชบุรี จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ให้เราเดินทางไปเช็กอินกันได้บ่อย ๆ แถมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใครที่เริ่มเบื่อ ๆ กับที่เที่ยวราชบุรีเดิม ๆ

กันแล้ว เรามีอีกหนึ่งที่มาแนะนำ ได้แก่ “ตลาดโอ๊ะเมิก” ตลาดใหม่น่าเดิน อยู่ในอำเภอสวนผึ้ง บรรยากาศเรียบง่าย และเป็นกันเอง เอาไว้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับวันหยุด จูงมือเพื่อนและครอบครัวมาเที่ยวกันได้ชิล ๆ ตลาดจะมีอะไรน่าเดินน่าเที่ยวบ้าง ตามเรามาดูกัน ตลาดโอ๊ะเมิกตั้งอยู่ที่ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่ง “โอ๊ะเมิก” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า สุขสบาย ลองใครได้มาเที่ยวที่นี่ จะสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์ของตลาดที่ไม่เหมือนกับที่ไหน เพราะเราจะเห็นชาวบ้านแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือ ลวดลายสีสันไม่ซ้ำแบบ ดูแล้วเพลินตา และเอ็นดูในความน่ารัก ที่เราเองก็ไม่ค่อยได้เห็นจากที่อื่นบ่อย ๆ เมื่อลองใช้สายตากวาดดูบรรยากาศรอบ ๆ เราจะเห็นว่าสินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่ เป็นพวกพืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมือง ขนม อาหารแปรรูป สินค้าหัตถกรรม เครื่องจักสาน รวมถึงเครื่องประดับฝีมือคนในชุมชนมาวางจำหน่าย เรียกได้ว่ามีทั้งของให้เดินดูเลือกซื้อกันเพลิน ๆ ได้ทั้งวัน จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของตลาดโอ๊ะเมิกนั่นคือ เป็นตลาดที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ อยู่ติดริมแม่น้ำภาชี สายน้ำไหลเอื่อย ๆ สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นเย็นสบาย ตลอดจนร้านค้าต่าง ๆ ก็ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำเอาไม้ไผ่มาใช้ทำเป็นซุ้มทางเข้า แคร่ โต๊ะ และเก้าอี้ เรียกได้ว่าทุกมุมของตลาดสามารถเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้กับคุณได้เลยทีเดียว…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ จังหวัดมหาสารคาม ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ เป็นสะพานไม้เก่า อายุราวกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางข้ามอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ

สะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดมหาสารคามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเที่ยวชม

เพื่อสัมผัสของกลิ่นไอแห่งความเป็นชาวบ้านกับสะพานที่ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดตากว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ ถือว่าเป็นสะพานสุด Unseen อีกแห่งหนึ่ง ที่ควรค่าแห่งการเดินทางมาเช็คอิน ณ มหาสารคาม สะพานไม้แกดำ ตั้งอยู่ที่วัดดาวดึง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นสะพานไม้เก่า อายุราวกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางข้ามอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ โดยเชื่อมระหว่างบ้านหัวขัวกับหมู่บ้านแกดำ แต่ก่อนสะพานไม้นี่ทรุดโทรมาก ชาวอำเภอแกดำพร้อมด้วยกำลังทหาร ช่วยกันซ่อมแซมสะพานไม้ โดยหวังให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา รวมถึงพัฒนาสะพานไม้เก่าแก่แห่งนี้ ให้เป็นสถานที่ถ่ายภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม สะพานไม้ที่ทอดยาวไปยังอ่างเก็บน้ำหนองแกดำซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติของอำเภอแกดำ มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแกดำ บ้านหัวขัว บ้านโพธิ์ศรี เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อชาวอำเภอแกดำ เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งสัตว์น้ำ พื้ชน้ำ เช่น บัวแดง แหน สาหร่ายหางกระรอก เป็นต้น นอกจากนี้ในหน้าหนาวยังสามารถพบเห็นนกเป็ดน้ำบินหนีหนาวมาจากไซบีเรีย มาอาศัยในบริเวณหนองแกดำด้วย อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ ยังมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวแกดำโดยได้ใช้นำน้ำมาอุปโภค บริโภค ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีโครงการพัฒนาปรับปรุงหนองแกดำให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และยังใช้หนองแกดำในการจัดกิจกรรมงานประเพณีต่าง ๆ ของชุมชน เช่น ลอยกระทง บุญบั้งไฟ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีการสร้างถนนราดยางข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังเห็นชาวบ้านใช้มาใช้สะพานนี้ข้ามไปมาอยู่เรื่อยๆ หนองแกดำ หรือหนองน้ำอื่นๆ ในภาคอีสาน มีสภาพกว้างใหญ่ ลึกบ้างตื้นบ้างเป็นช่วงๆ เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรที่สำคัญ และเป็นแหล่งในการหาปลาเพื่อเป็นอาหารและนำไปขาย สะพานไม้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ปักเสาลงไปในโคลนใต้น้ำจนถึงชั้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้ที่พอจะหามาได้ คงจะแข็งแรงมั่นคงได้แค่ชั่วระยะเวลาไม่นาน ตอนนี้ถ้าลองไปเดินบนสะพานจะรู้สึกว่ามันโยกเยกเอาการน่าหวาดเสียว แต่ชาวบ้านก็ใช้สะพานนี้อยู่เป็นประจำ มีการซ่อมแซมบ้างเป็นครั้งคราวตามสภาพ เคยมีโครงการรื้อถอนเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตจากทางจังหวัด เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรที่แข็งแรง และวางท่อประปาไปตามแนวสะพาน แต่ชาวบ้านอยากให้อนุรักษ์สะพานนี้ไว้ตามเดิม ตอนนี้มีคนรู้จักสะพานนี้กันมากขึ้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของมหาสารคาม ก็คงจะต้องคงสภาพสะพานไม้นี้ไว้ต่อไป…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ บริเวณจุดชมวิวสกายวอร์ก

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ

ช่วงหน้าหนาว เป็นช่วงเวลาที่จะสามารถชมทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการ ซึ่งในเมืองไทยก็มีจุดชมวิวทะเลหมอกให้ได้ไปยลมากมายหลากหลายสถานที่ แต่วันนี้เราจะขอนำเสนอสถานที่ชมทะเลหมอกสุดอลังการในภาคอีสาน อย่างทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ จังหวัดหนองคาย มาให้ได้ชมกันค่ะ และยังพิเศษสุด ๆ เพราะเป็นทะเลหมอกที่อยู่เหนือลำน้ำโขงอันสวยงาม เป็นภาพที่ถ้าใครได้เห็นจะต้องร้อง ว้าว ! ว้าว ! ว้าว ! อย่างแน่นอน วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตบ้านดงต้อง ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นสถานปฏิบัติธรรม มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน สามารถมองเห็นเมืองริมน้ำโขงอย่างอำเภอสังคม แม่น้ำโขงที่ไหลโค้งไปมาอย่างสง่างาม และยังสามารถมองเห็นฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันมีการสร้างสกายวอล์กกระจกใสแห่งแรกของเมืองไทย เป็นจุดชมวิวใหม่ของอีสาน มีลักษณะเป็นทางเดินกระจกใสที่ยื่นออกไปจากหน้าผาบริเวณวัดผาตากเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้า เป็นทางเดินกระจกใสยื่นจากหน้าผาออกไป 6 เมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 20 คน เพราะใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้าง และสร้างราวกั้นตลอดแนวสองด้าน อีกทั้งยังปรับปรุงภูมิทัศน์รอบด้านให้สวยงาม เพื่อให้เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงสุดอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดหนองคายและประเทศไทย และในช่วงหน้าหนาวนี้ บริเวณสกายวอล์ก วัดผาตากเสื้อ ก็ยังปรากฏทะเลหมอกสุดอลังการ ที่ลอยคลอเคลียเหนือแม่น้ำโขง เมืองสังคม และแนวเทือกเขาของเมืองลาวอย่างงดงาม ยามเช้าจะมีแสงพระอาทิตย์สีทองสาดส่องลงสู่ทะเลหมอกสีขาวจนกลายเป็นสีทองระเรื่อ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนอยู่บนทะเลหมอกนุ่ม ๆ คล้ายกับดินแดนสวรรค์เลยทีเดียว…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่อง เขาช่องลม จ.นครนายก เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี

สถานที่ท่อง เขาช่องลม  สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว

สถานที่ท่อง เขาช่องลม

เขาช่องลม ที่เที่ยวนครนายกน่าเช็กอิน เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว ไม่ไกลกรุงเทพฯ
นครนายก จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ถูกใจทุกเพศทุกวัย แต่มาถึงนครนายกทั้งทีจะให้เที่ยวแต่ที่เดิม ๆ ก็เดี๋ยวจะหมดสนุกกันไปเสียก่อน วันนี้เราเลยมีที่เที่ยวนครนายกที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่มาแนะนำ ที่นี่ชื่อว่า “เขาช่องลม” บอกเลยว่าธรรมชาติที่นี่สวยเด็ดจนต้องยกนิ้วให้ และน่าจะถูกใจสายถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักที่เที่ยวแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เขาช่องลม ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก สถานที่แห่งนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ธรรมชาติที่นี่จึงยังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายกรีน ที่อยากมาสัมผัสความเขียวขจีของภูเขาและลำธารไหลเย็นกันให้ชื่นฉ่ำหัวใจ การมาเที่ยวที่ช่องเขาลมนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือ (โดยมีจุดบริการที่เขื่อนขุนด่านปราการชล) ระยะทางจากเขื่อนมาถึงเขาช่องลม ใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเรือจะแวะจุดท่องเที่ยวทั้งหมดด้วยกัน 4 จุด ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม, น้ำตกต้นน้ำ และน้ำตกช่องลม เป็นต้น ถ้าใครมาเที่ยวเขาช่องลมในช่วงหน้าฝน บอกเลยว่าคุณมีสิทธิ์ตะลึงกับธรรมชาติผืนป่าที่เขียวขจี มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว เพลินตาเพลินใจ และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่รู้เบื่อ หรือจะมานั่งเล่นแช่น้ำตกเย็น ๆ ก็ดูชิลไปอีกแบบ ว่ากันว่าช่วงที่เหมาะมาเที่ยวที่เขาช่องลมมากที่สุด ก็ต้องเป็นช่วงหน้าฝนนี่แหละ เพราะถ้ามาช่วงต้นฤดูน้ำในเขื่อนยังไม่เยอะ เรือก็จะแล่นเข้ามาไม่ได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินเท้าไกล ๆ แนะนำว่าให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายนจะดีที่สุด…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเลย

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกันถึงที่

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ” แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จังหวัดกาญจนบุรีเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา เมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทย

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา

ในช่วงวันหยุดที่กำลังใกล้เข้ามานี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ใกล้กรุงเทพฯ วันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกระแสที่ผู้คนพูดถึงกันมากมายในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กตอนนี้ นั่นก็คือ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 ที่เที่ยวแห่งใหม่แกะกล่องของจังหวัดกาญจนบุรี ที่จำลองเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบอีกด้วย ซึ่ง คุณ Alter Gunz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ ในเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 มาให้ได้ชมกันแล้ว อยากจะบอกว่าสวยงามตามท้องเรื่องมาก ๆ จนอยากจะหยิบสไบและโจงกระเบนในตู้ใบเก่าของคุณยายมานุ่งแล้วพุ่งไปเที่ยวเลยทีเดียว เดี๋ยวจะหาว่าขี้คุย ไปดูความสวยงามของเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 กันเลยดีกว่า

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ เมืองไทย ๆ ที่คนไทยไม่ควรพลาด !
เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ไปแบบไม่ได้แพลนอะไรมาก บังเอิญเห็นใน Facebook ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะเข้าไปดูหรอกครับ เพราะก็คิดว่าคงเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดอื่น ๆ ที่มี Concept ไทยย้อนยุคแค่นั้นเอง แต่บังเอิญ ! ขับรถผ่านพอดี เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปลองดูครับว่าเป็นยังไง สถานที่นี้มีชื่อว่า เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ครับ เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 32 กิโลเมตร ขับรถเข้าไปก็เจอประตูโอ่อ่า ใหญ่โตอลังการ พร้อมกำแพงเมืองที่ใหญ่โตราวกับหลุดมาจากในหนังไทยที่เคย ๆ ดูกันมา แถมยังมีรถลากไว้คอยบริการอยู่ทางหน้าเมืองอีกด้วย โอ้ว ! คนลากรถก็แต่งตัวชุดไทยชาวบ้าน ทำให้ได้บรรยากาศ ตั้งแต่ก่อนที่จะได้เข้าไปดูข้างในดีจริง ๆ หลังจากนั้นก็เดินไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปข้างในครับ อัตราค่าเข้า ณ ตอนนี้ (พฤศจิกายน 2559) คือผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 75 บาท ต่อคน คราวนี้ก็เซอร์ไพรส์ไปอีก เมื่อเค้าให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อเอาไว้ใช้ในการจับจ่ายใช้สอยภายในเมือง โอ้โห !!! เกิดมาไม่คิดว่าจะได้ใช้เงินสตางค์ที่มีรูตรงกลางเหมือนกันแหละครับ ฮ่า ๆๆๆ อัตราการแลกเงินก็อยู่ที่ 5 บาท ต่อ 1 สตางค์ มีให้ตั้งแต่เหรียญ 1, 2, 5 และ 10 สตางค์ครับ หลังจากซื้อตั๋ว แลกเหรียญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าไปข้างในครับ เข้าไปก็ร้องดัง ๆ ยาว ๆ เลยครับ เพราะว่าสวยมาก ราวกับหลุดไปอยู่อีกเมืองจริง ๆในสะพานก็จะขายผลไม้แห้ง ผลไม้ดอง ตลอดสะพานเลยครับ เดินผ่านสะพานมา ก็จะเจอชาวบ้านกำลังทำแป้งข้าวเหนียวกันอยู่ ตอกกันใหญ่ ดูจากสีหน้าแล้ว สนุกสนานน่าดูเลยนะครับ
เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ถือเป็น Landmark แห่งใหม่ของอำเภอไทรโยคครับ เค้าบอกว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนแห่งแรกในไทย และแห่งเดียวในโลกอีกด้วย !! โอ้วววววว ก็ไม่ผิดแปลกมากมายจากที่เค้านิยามตัวเองไว้เท่าไรนะครับ เพราะข้างในก็จะแสดงวิถีชีวิตแบบไทยให้ได้เห็นจริง ๆ เข้าไปจุดแรกที่เจอก็จะเป็นสะพานหัน เพื่อข้ามไปยังในเมือง…

อ่านต่อ →

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของ

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของภูกระดึงกันอย่างเต็มที่

“ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ดูจะเป็นประโยคคลาสสิกตลอดกาลสำหรับการไปเที่ยวภูกระดึง แต่กว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้พิชิตภูกระดึงใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ เพราะต้องแลกทั้งหยาดเหงื่อและกำลังกายไม่ใช่น้อย หลายคนที่ยังไม่เคยไปเที่ยวภูกระดึงอาจฟังแล้วคิดในใจว่า “ลำบากขนาดนั้นเชียว ?” แล้วถ้าอยากจะไปเที่ยวภูกระดึงดูบ้าง จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ฟิตร่างกายแค่ไหน ขึ้นไปแล้วจะเจอกับอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

● 1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึงเย็นสบายเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส

● 2. ภูกระดึงไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตลอดปี ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 พฤษภาคมของทุกปี และช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี

● 3. ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวของภูกระดึงจะมีความงดงามแตกต่างกันในแต่ละเดือน ถ้าอยากเที่ยวน้ำตกให้ไปช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนี้น้ำจะยังเยอะอยู่ ถ้าอยากเห็นใบเมเปิลต้องมาช่วงกลางเดือนธันวาคม และจะร่วงในช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่ถ้าอยากฟินกับอากาศหนาวมาก ๆ ต้องมาช่วงปลายเดือนธันวาคม ไม่แน่ว่าคุณอาจโชคดีได้เห็นทะเลหมอกสวย ๆ และแม่คะนิ้งก็ได้

● 4. การเตรียมฟิตร่างกายและเตรียมอุปกรณ์การเดินทางให้พร้อม เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการเที่ยวภูกระดึง

– การเตรียมพร้อมร่างกาย ควรฟิตร่างกายมาให้เต็มที่ เพราะคุณต้องเดินเยอะมาก ๆ รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าผ้าใบพื้นหนา ทนทาน และเน้นที่ใส่สบาย

– การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ยารักษาโรค ไฟฉาย เครื่องนุ่งห่มกันหนาว ถุงเท้ากันทาก และอุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ (แชมพู ยาสีฟัน สบู่) เป็นต้น ส่วนในเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารไป เพราะบนนั้นมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน และมีขายเกือบทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าจะอด

และไม่ต้องกลัวว่าเราจะแบกสัมภาระขึ้นไปยังไงไหว เพราะที่นี่มีบริการลูกหาบไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเรียบร้อย
● 5. การจองที่พักบนภูกระดึง ถ้าต้องการนอนบ้านพักจะต้องเข้าไปจองล่วงหน้า 60 วัน ที่เว็บไซต์ nps.dnp.go.th หรือติดต่อฝ่ายบริการที่พัก โทร. 02 562 0760, 02 561 0777 ต่อ 1743, 1744 สำหรับใครที่ต้องการนอนเต็นท์ ทางอุทยานมีทั้งเต็นท์ไว้ให้บริการและพื้นที่กางเต็นท์รองรับอย่างเพียงพอ

● 6. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินขึ้นภูกระดึง ถ้าอยากเดินแบบสบาย ๆ ก็ควรเดินทางขึ้นภูตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่เวลา 07.30-14.00 น. เพราะถ้าขึ้นเอาช่วงบ่าย ๆ อาจจะรู้สึกกดดันตัวเอง และคิดไปว่าเหมือนยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินไปฟ้าก็ยิ่งใกล้มืด และต้องเดินขึ้นภูเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บางคนใช้เวลามาก บางคนใช้เวลาน้อย ขึ้นอยู่กับความเร็วและความแข็งแรงของแต่ละคนล้วน ๆ

● 7. โดยปกตินักท่องเที่ยวมักใช้ระยะเวลาเที่ยวบนภูกระดึงทั้งหมดประมาณ 4 วัน คือวันเดินขึ้น-ลงภูอย่างละ 1 วัน เดินชมเส้นทางสายน้ำตก 1 วัน และเดินชมเส้นทางสายหน้าผา 1 วัน ซึ่งระยะเวลารวม 4 วันนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาพอเหมาะสำหรับการสัมผัสธรรมชาติบนภูกระดึงได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือถ้าใครอยากหาเครื่องทุ่นแรง ที่นี่ก็มีจักรยานให้เช่า เอาไว้ปั่นไปตามที่เที่ยวจุดต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
● 8. เส้นทางขึ้นบนยอดภูกระดึง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าวัดใจผ่านตั้งแต่ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน และซำแคร่ และช่วงสุดท้ายที่จะผ่านขึ้นไปยังหลังแป เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุด เพราะจะต้องปีนป่ายขึ้นโขดหิน และต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน แต่ถ้าใครเหนื่อยก็นั่งลงแวะพักดื่มน้ำหาของทานกันได้

● 9. แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงที่พลาดไม่ได้ เช่น ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ลานพระศรีนครินทร์ (องค์พระพุทธเมตตา) น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบ สระอโนดาต เป็นต้น

● 10. กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวภูกระดึง คือการชิมอาหารร้านต่าง ๆ ไล่เรียงตั้งแต่อาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง แต่ถ้าเป็นมื้อเช้าก็จะมีอาหารสำหรับรองท้อง มีทั้งโจ๊ก น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ข้าวเหนียวหมูทอด ชา กาแฟ หรือถ้าช่วงที่ไปอากาศหนาวมาก ที่นี่ก็มีหมูกระทะและหมูจุ่มร้อน ๆ เอาไว้ทานเพื่อคลายความหนาว
● 11. ไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งอย่างของการมาเที่ยวภูกระดึง คือการได้ชื่นชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน นักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากชมพระอาทิตย์ตกดิน มักเดินทางไปที่ “ผาหล่มสัก” หรือ “ผาหมากดูก” และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ผานกแอ่น” ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง ด้วยเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายจากสัตว์ป่าได้

● 12. ปัจจุบันแม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ภูกระดึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แต่เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ไม่อาจเลือนหายไป นั่นคือนักท่องเที่ยวจะได้พบกับความเงียบสงบ และมิตรภาพระหว่างทางขึ้นภู ที่เกิดขึ้นง่ายแสนง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

● 13. การเที่ยวภูกระดึงอย่างมีจิตสำนึก จะเป็นหนึ่งหนทางรักษาความสวยงามของภูกระดึงได้อย่างยั่งยืนที่สุด นักท่องเที่ยวจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า ไม่แกะสลักชื่อหรือขูดขีดร่องรอยไว้ที่ต้นไม้ ก้อนหิน หรือหน้าผา…

อ่านต่อ →