สถานที่ท่อง เขาช่องลม จ.นครนายก เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี

สถานที่ท่อง เขาช่องลม  สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว

สถานที่ท่อง เขาช่องลม

เขาช่องลม ที่เที่ยวนครนายกน่าเช็กอิน เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว ไม่ไกลกรุงเทพฯ
นครนายก จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ถูกใจทุกเพศทุกวัย แต่มาถึงนครนายกทั้งทีจะให้เที่ยวแต่ที่เดิม ๆ ก็เดี๋ยวจะหมดสนุกกันไปเสียก่อน วันนี้เราเลยมีที่เที่ยวนครนายกที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่มาแนะนำ ที่นี่ชื่อว่า “เขาช่องลม” บอกเลยว่าธรรมชาติที่นี่สวยเด็ดจนต้องยกนิ้วให้ และน่าจะถูกใจสายถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักที่เที่ยวแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เขาช่องลม ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก สถานที่แห่งนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ธรรมชาติที่นี่จึงยังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายกรีน ที่อยากมาสัมผัสความเขียวขจีของภูเขาและลำธารไหลเย็นกันให้ชื่นฉ่ำหัวใจ การมาเที่ยวที่ช่องเขาลมนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือ (โดยมีจุดบริการที่เขื่อนขุนด่านปราการชล) ระยะทางจากเขื่อนมาถึงเขาช่องลม ใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเรือจะแวะจุดท่องเที่ยวทั้งหมดด้วยกัน 4 จุด ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม, น้ำตกต้นน้ำ และน้ำตกช่องลม เป็นต้น ถ้าใครมาเที่ยวเขาช่องลมในช่วงหน้าฝน บอกเลยว่าคุณมีสิทธิ์ตะลึงกับธรรมชาติผืนป่าที่เขียวขจี มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว เพลินตาเพลินใจ และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่รู้เบื่อ หรือจะมานั่งเล่นแช่น้ำตกเย็น ๆ ก็ดูชิลไปอีกแบบ ว่ากันว่าช่วงที่เหมาะมาเที่ยวที่เขาช่องลมมากที่สุด ก็ต้องเป็นช่วงหน้าฝนนี่แหละ เพราะถ้ามาช่วงต้นฤดูน้ำในเขื่อนยังไม่เยอะ เรือก็จะแล่นเข้ามาไม่ได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินเท้าไกล ๆ แนะนำว่าให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายนจะดีที่สุด…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเลย

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกันถึงที่

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ” แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จังหวัดกาญจนบุรีเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา เมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทย

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา

ในช่วงวันหยุดที่กำลังใกล้เข้ามานี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ใกล้กรุงเทพฯ วันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกระแสที่ผู้คนพูดถึงกันมากมายในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กตอนนี้ นั่นก็คือ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 ที่เที่ยวแห่งใหม่แกะกล่องของจังหวัดกาญจนบุรี ที่จำลองเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบอีกด้วย ซึ่ง คุณ Alter Gunz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ ในเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 มาให้ได้ชมกันแล้ว อยากจะบอกว่าสวยงามตามท้องเรื่องมาก ๆ จนอยากจะหยิบสไบและโจงกระเบนในตู้ใบเก่าของคุณยายมานุ่งแล้วพุ่งไปเที่ยวเลยทีเดียว เดี๋ยวจะหาว่าขี้คุย ไปดูความสวยงามของเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 กันเลยดีกว่า

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ เมืองไทย ๆ ที่คนไทยไม่ควรพลาด !
เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ไปแบบไม่ได้แพลนอะไรมาก บังเอิญเห็นใน Facebook ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะเข้าไปดูหรอกครับ เพราะก็คิดว่าคงเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดอื่น ๆ ที่มี Concept ไทยย้อนยุคแค่นั้นเอง แต่บังเอิญ ! ขับรถผ่านพอดี เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปลองดูครับว่าเป็นยังไง สถานที่นี้มีชื่อว่า เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ครับ เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 32 กิโลเมตร ขับรถเข้าไปก็เจอประตูโอ่อ่า ใหญ่โตอลังการ พร้อมกำแพงเมืองที่ใหญ่โตราวกับหลุดมาจากในหนังไทยที่เคย ๆ ดูกันมา แถมยังมีรถลากไว้คอยบริการอยู่ทางหน้าเมืองอีกด้วย โอ้ว ! คนลากรถก็แต่งตัวชุดไทยชาวบ้าน ทำให้ได้บรรยากาศ ตั้งแต่ก่อนที่จะได้เข้าไปดูข้างในดีจริง ๆ หลังจากนั้นก็เดินไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปข้างในครับ อัตราค่าเข้า ณ ตอนนี้ (พฤศจิกายน 2559) คือผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 75 บาท ต่อคน คราวนี้ก็เซอร์ไพรส์ไปอีก เมื่อเค้าให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อเอาไว้ใช้ในการจับจ่ายใช้สอยภายในเมือง โอ้โห !!! เกิดมาไม่คิดว่าจะได้ใช้เงินสตางค์ที่มีรูตรงกลางเหมือนกันแหละครับ ฮ่า ๆๆๆ อัตราการแลกเงินก็อยู่ที่ 5 บาท ต่อ 1 สตางค์ มีให้ตั้งแต่เหรียญ 1, 2, 5 และ 10 สตางค์ครับ หลังจากซื้อตั๋ว แลกเหรียญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าไปข้างในครับ เข้าไปก็ร้องดัง ๆ ยาว ๆ เลยครับ เพราะว่าสวยมาก ราวกับหลุดไปอยู่อีกเมืองจริง ๆในสะพานก็จะขายผลไม้แห้ง ผลไม้ดอง ตลอดสะพานเลยครับ เดินผ่านสะพานมา ก็จะเจอชาวบ้านกำลังทำแป้งข้าวเหนียวกันอยู่ ตอกกันใหญ่ ดูจากสีหน้าแล้ว สนุกสนานน่าดูเลยนะครับ
เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ถือเป็น Landmark แห่งใหม่ของอำเภอไทรโยคครับ เค้าบอกว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนแห่งแรกในไทย และแห่งเดียวในโลกอีกด้วย !! โอ้วววววว ก็ไม่ผิดแปลกมากมายจากที่เค้านิยามตัวเองไว้เท่าไรนะครับ เพราะข้างในก็จะแสดงวิถีชีวิตแบบไทยให้ได้เห็นจริง ๆ เข้าไปจุดแรกที่เจอก็จะเป็นสะพานหัน เพื่อข้ามไปยังในเมือง…

อ่านต่อ →

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของ

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของภูกระดึงกันอย่างเต็มที่

“ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ดูจะเป็นประโยคคลาสสิกตลอดกาลสำหรับการไปเที่ยวภูกระดึง แต่กว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้พิชิตภูกระดึงใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ เพราะต้องแลกทั้งหยาดเหงื่อและกำลังกายไม่ใช่น้อย หลายคนที่ยังไม่เคยไปเที่ยวภูกระดึงอาจฟังแล้วคิดในใจว่า “ลำบากขนาดนั้นเชียว ?” แล้วถ้าอยากจะไปเที่ยวภูกระดึงดูบ้าง จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ฟิตร่างกายแค่ไหน ขึ้นไปแล้วจะเจอกับอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

● 1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึงเย็นสบายเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส

● 2. ภูกระดึงไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตลอดปี ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 พฤษภาคมของทุกปี และช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี

● 3. ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวของภูกระดึงจะมีความงดงามแตกต่างกันในแต่ละเดือน ถ้าอยากเที่ยวน้ำตกให้ไปช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนี้น้ำจะยังเยอะอยู่ ถ้าอยากเห็นใบเมเปิลต้องมาช่วงกลางเดือนธันวาคม และจะร่วงในช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่ถ้าอยากฟินกับอากาศหนาวมาก ๆ ต้องมาช่วงปลายเดือนธันวาคม ไม่แน่ว่าคุณอาจโชคดีได้เห็นทะเลหมอกสวย ๆ และแม่คะนิ้งก็ได้

● 4. การเตรียมฟิตร่างกายและเตรียมอุปกรณ์การเดินทางให้พร้อม เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการเที่ยวภูกระดึง

– การเตรียมพร้อมร่างกาย ควรฟิตร่างกายมาให้เต็มที่ เพราะคุณต้องเดินเยอะมาก ๆ รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าผ้าใบพื้นหนา ทนทาน และเน้นที่ใส่สบาย

– การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ยารักษาโรค ไฟฉาย เครื่องนุ่งห่มกันหนาว ถุงเท้ากันทาก และอุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ (แชมพู ยาสีฟัน สบู่) เป็นต้น ส่วนในเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารไป เพราะบนนั้นมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน และมีขายเกือบทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าจะอด

และไม่ต้องกลัวว่าเราจะแบกสัมภาระขึ้นไปยังไงไหว เพราะที่นี่มีบริการลูกหาบไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเรียบร้อย
● 5. การจองที่พักบนภูกระดึง ถ้าต้องการนอนบ้านพักจะต้องเข้าไปจองล่วงหน้า 60 วัน ที่เว็บไซต์ nps.dnp.go.th หรือติดต่อฝ่ายบริการที่พัก โทร. 02 562 0760, 02 561 0777 ต่อ 1743, 1744 สำหรับใครที่ต้องการนอนเต็นท์ ทางอุทยานมีทั้งเต็นท์ไว้ให้บริการและพื้นที่กางเต็นท์รองรับอย่างเพียงพอ

● 6. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินขึ้นภูกระดึง ถ้าอยากเดินแบบสบาย ๆ ก็ควรเดินทางขึ้นภูตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่เวลา 07.30-14.00 น. เพราะถ้าขึ้นเอาช่วงบ่าย ๆ อาจจะรู้สึกกดดันตัวเอง และคิดไปว่าเหมือนยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินไปฟ้าก็ยิ่งใกล้มืด และต้องเดินขึ้นภูเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บางคนใช้เวลามาก บางคนใช้เวลาน้อย ขึ้นอยู่กับความเร็วและความแข็งแรงของแต่ละคนล้วน ๆ

● 7. โดยปกตินักท่องเที่ยวมักใช้ระยะเวลาเที่ยวบนภูกระดึงทั้งหมดประมาณ 4 วัน คือวันเดินขึ้น-ลงภูอย่างละ 1 วัน เดินชมเส้นทางสายน้ำตก 1 วัน และเดินชมเส้นทางสายหน้าผา 1 วัน ซึ่งระยะเวลารวม 4 วันนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาพอเหมาะสำหรับการสัมผัสธรรมชาติบนภูกระดึงได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือถ้าใครอยากหาเครื่องทุ่นแรง ที่นี่ก็มีจักรยานให้เช่า เอาไว้ปั่นไปตามที่เที่ยวจุดต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
● 8. เส้นทางขึ้นบนยอดภูกระดึง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าวัดใจผ่านตั้งแต่ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน และซำแคร่ และช่วงสุดท้ายที่จะผ่านขึ้นไปยังหลังแป เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุด เพราะจะต้องปีนป่ายขึ้นโขดหิน และต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน แต่ถ้าใครเหนื่อยก็นั่งลงแวะพักดื่มน้ำหาของทานกันได้

● 9. แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงที่พลาดไม่ได้ เช่น ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ลานพระศรีนครินทร์ (องค์พระพุทธเมตตา) น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบ สระอโนดาต เป็นต้น

● 10. กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวภูกระดึง คือการชิมอาหารร้านต่าง ๆ ไล่เรียงตั้งแต่อาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง แต่ถ้าเป็นมื้อเช้าก็จะมีอาหารสำหรับรองท้อง มีทั้งโจ๊ก น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ข้าวเหนียวหมูทอด ชา กาแฟ หรือถ้าช่วงที่ไปอากาศหนาวมาก ที่นี่ก็มีหมูกระทะและหมูจุ่มร้อน ๆ เอาไว้ทานเพื่อคลายความหนาว
● 11. ไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งอย่างของการมาเที่ยวภูกระดึง คือการได้ชื่นชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน นักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากชมพระอาทิตย์ตกดิน มักเดินทางไปที่ “ผาหล่มสัก” หรือ “ผาหมากดูก” และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ผานกแอ่น” ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง ด้วยเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายจากสัตว์ป่าได้

● 12. ปัจจุบันแม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ภูกระดึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แต่เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ไม่อาจเลือนหายไป นั่นคือนักท่องเที่ยวจะได้พบกับความเงียบสงบ และมิตรภาพระหว่างทางขึ้นภู ที่เกิดขึ้นง่ายแสนง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

● 13. การเที่ยวภูกระดึงอย่างมีจิตสำนึก จะเป็นหนึ่งหนทางรักษาความสวยงามของภูกระดึงได้อย่างยั่งยืนที่สุด นักท่องเที่ยวจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า ไม่แกะสลักชื่อหรือขูดขีดร่องรอยไว้ที่ต้นไม้ ก้อนหิน หรือหน้าผา…

อ่านต่อ →