พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองมาแต่ครั้งโบราณ แต่เดิมมีชื่อว่า วัดปลายดอย สร้างด้วยศิลปะแบบพม่าค่ะ

พระธาตุดอยกองมู  แบบเต็มๆ ตาของเมืองแม่ฮ่องสอนแบบไร้สิ่งบดบัง สวยงาม และคุ้มค่าอย่างยิ่งกับการเดินทางขึ้นมา

วัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเองแม่ฮ่องสอนนัก สำหรับคนเมืองแล้วตรงนี้นับเป็นสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาประจำเมืองมาแต่ครั้งโบราณ เดิมทีมีชื่อว่า วัดปลายดอย สร้างด้วยศิลปะแบบเมียนมาร์จ้ะ

วัดพระธาตุดอยกองมู อยู่ไม่ไกลจากเมืองแม่ฮ่องสอน เมื่อพวกเราเดินมายังจุดสำหรับชมวิวที่อยู่ข้างหลังองค์พระบรมสารีริกธาตุทั้งคู่ ก็จะเจอกับทิวทัศน์งามๆแบบเต็มๆตาของเมืองแม่ฮ่องสอนแบบไม่มีสิ่งบัง งาม รวมทั้งคุ้มอย่างมากกับการเดินทางขึ้นมาจ้ะ

ที่อยู่ : ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน
พิกัด : https://goo.gl/maps/EUK96M7R7K2A4STa6
เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.
โทร : 0-5361-1221
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kongmu.temple…

อ่านต่อ →

บ้านรักไทย ดินแดนสวยราวกับสรวงสวรรค์ ที่ใครหลายคนหวังจะมาสัมผัสที่นี่กันสักครั้ง

บ้านรักไทย  ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีทั้งขุนเขา ไอหมอก และทะเลสาป

บรรยากาศท่ามกลางเทือกเขา ทะเลหมอก ดอกไม้บานสะพรั่ง และก็ชาอุ่นๆจำเป็นต้องมาตรงนี้เลยจ๊ะ บ้านรักไทย หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่รายล้อมด้วยซอกเขาใหญ่ แม่ฮ่องสอน บรรยากาศของตรงนี้ทำให้แทบจะไม่รู้จักสึกว่าอยู่ประเทศไทย จังหวะนึงแอบดีไม่ดีคิดไปว่ากำลังอยู่ในฉากของภาพยนตร์จีนพลังภายในสักเรื่องอย่างยิ่งจริงๆ

เว้นแต่เรื่องของอากาศที่ดีเลิศๆแล้ว พื้นที่ของบ้านรักไทยนั้นก็เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาชนิดดี รวมทั้งพืชเมืองหนาวอีกด้วยจ้ะ ตรงนี้ก็เลยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของชา และก็ขาหมูหมั่นโถวมากมาย

ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
พิกัด : https://goo.gl/maps/b6wrdyZ5ZQCCoYGy6
เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน…

อ่านต่อ →

เลอกวาเดาะ าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิของชาวบ้านในบริเวณนี้ และยังมีการสร้างเจดีย์ที่บรรจุสารีริกธาตุไว้บนยอดเขาอีกด้วย

เลอกวาเดาะ  นั่งชมวิวของพระอาทิตย์ตกที่ด้านบนแล้วนั้น ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆ

ด้านบนของภูเขา เลอกวาเดาะ นั้น จะสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศาเลยจ๊ะ ใช้เวลาเดินทางไปราว 3 – 4 ชั่วโมงโดยประมาณค่ะ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความฝ่าของแต่ละคนด้วยนะคะ โดยจุดเริ่มแรกสำหรับการเดินป่าขึ้นไปบนนี้เป็นวัดป่าเกร๊ะคี นั่นเองจ้ะ แล้วก็จำต้องบอกก่อนว่า เลอกวาเดาะ ที่นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนั้นผู้เดินป่าทุกคน จะต้องให้ความยำเกรงสถานที่และก็งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดนะคะ

จากเส้นทางเชิงเขา ไปจนกระทั่งจุดกางเต็นท์ ก็ถือว่าออกจะท้าความรู้ความเข้าใจอยู่พอใช้เลย แนะนำว่าก่อนเดินป่า ให้ออกกำลังกาย ฟิตร่างกันนิดหน่อย เพื่อป้องกันการเจ็บแล้วก็ปวดเมื่อยต่างๆด้วยจ้ะ แต่ว่าจุดสูงสุดของการเดินป่าที่ เลอกวาเดาะ น่าจะอยู่ที่ พระบรมสารีริกธาตุข้างบน ที่ดินเดินนั้นจะไม่ง่ายเลยจริงๆเนื่องจากมีตอนที่จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากทีเดียวค่ะ

แม้กระนั้นถ้าหากใครได้ไปนั่งดูวิวของพระอาทิตย์ตกที่ข้างบนแล้วนั้น ต้องบอกว่าคุ้มมากๆและก็จะไม่ผิวหวังเลยจริงๆที่ขึ้นมาถึงบนนี้ได้ รวมทั้งด้วยบรรยากาศของลมเย็นๆที่พัดโชย น่าจะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วสินะ ต้องการที่จะให้ทุกคนลองสัมผัสบรรยากาศที่ เลอกวาเดาะ ร่วมกันมากๆแล้วก็อย่าลืมสักการ พระเจดีย์สีทองคำ ที่อยู่ข้างบนกันด้วยนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคลของทุกคนค่ะ

ที่อยู่ : เลอกวาเดาะ ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
พิกัด : https://goo.gl/maps/1U2RrNwtcaWzc1MG7
เปิดให้เข้าชม : สามารถเช็ควันเปิดขึ้นเขาได้จากหน่วยงานของอบต.แม่วะหลวง
โทร : 0-5557-7400-1
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/pages/เลอกวาเดาะ-ขุนเขาแห่งศรัทธา…

อ่านต่อ →

น้ำตกแม่ยะ เชียงใหม่ เป็นน้ำตกที่มีตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

น้ำตกแม่ยะ เชียงใหม่  เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศไทยก่อนมีการค้นพบน้ำตกทีลอซู

น้ำตกแม่ยะ เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่มีความสวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่อย่าง กับน้ำตกทีลอซูเลยทีเดียว น้ำตกแม่ยะนั้นเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 260 เมตร ในช่วงฤดูฝนที่ได้มีน้ำหลาก กระแสน้ำที่ตกลงมานั้นที่สามารถแผ่ขยายรัศมีออกมาเป็นวงกว้างได้ถึง 100 เมตรเลยทีเดียว ในบางช่วงของหน้าผาเป็นชะง่อนหินเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันเข้าไปนั่งชื่นชมความยิ่งใหญ่สวยงาม และสูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสเอาไอชื้นๆ จากละอองน้ำจนฉ่ำปอด เพื่อที่จะเรียกความสดชื่นให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 16.30 น.
ค่าเข้า : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท…

อ่านต่อ →

เชียงใหม่ ชวนเที่ยว ‘ทุ่งหญ้าสะวันนา’ ชมวิว 360 องศา บนดอยแม่โถ

ชวนเที่ยว  ทุ่งหญ้าสะวันนา ชมวิวแบบ 360 องศา บนดอยแม่โถ จ.เชียงใหม่

ทุ่งหญ้าผืนกว้างที่ปกคลุมยอดดอยแม่โถ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังเขียวขจีในช่วงฤดูฝน จุดนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติรอบตัวแบบ 360 องศา ที่กำลังจะถูกเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอ.ฮอด โดยนายจิรายุ งอกงาม นายก อบต.บ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจความที่ต้องมีความพร้อมเพื่อเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าทุ่งหญ้าสะวันนาบนยอดดอย หรือ ทุ่งหญ้า 360 องศา

ทุ่งหญ้าแห่งนี้มีความพิเศษกว่าที่อื่น ๆ เพราะนักท่องเที่ยวขึ้นไปแล้วสามารถมองทิวทัศน์ที่สวยงามรอบในทางด้านได้ถึง 360 องศา ยิ่งเป็นการช่วงกรีนซีซั่นจะเห็นท้องฟ้าสีครามตัดกับผืนหญ้าเขียวขจี ในบางครั้งจะมีเมฆฝนพัดผ่านมาจึงทำให้เกิดความสวยงามของธรรมชาติที่รังสรรค์ ขึ้นจึงเป็นที่ชื่นชอบ ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย ในทางด้าน อบต.จึงได้มีการเตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอ คาดเปิดเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้

สำหรับเส้นทางเข้าสู่ทุ่งหญ้าสะวันนาดอยแม่โถ เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ระยะทาง 80 กิโลเมตร ถึงอำเภอฮอด แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายฮอด-แม่สะเรียง จนมาถึงปากทางแยกเข้าหมู่บ้านกองลอย ขึ้นสู่ดอยแม่โถ ระยะ 16 กิโลเมตร ถึงพื้นที่ทุ่งหญ้าสะวันนาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.081-884 9919…

อ่านต่อ →

พาไปชมความงดงามของ นาขั้นบันไดป่าบงเปียง ในช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของหน้าฝน

นาขั้นบันไดป่าบงเปียง อวดความสวยงามที่สุดในรอบปี

ต้นข้าวที่ปลูกบนผืนนาขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังเติบโตอยู่ในช่วงตั้งท้อง หลังจากได้ฝนหล่อเลี้ยงตามฤดูกาล สีเขียวที่ปกคลุมเต็มผืนนาที่ลดหลั่นลงไปตามเชิงเขาหลายร้อยเมตร เป็นภาพที่ดูสวยงามราวดังกับสวรรค์กลางหุบเขา เป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับความสวยงามและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งในช่วงนี้สามารถเรียกว่าเป็นช่วงที่สวยงามที่สุดในรอบปีของนาขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียง

ความสวยงามของธรรมชาติ ที่ไม่เพียงแต่ทุ่งนาขั้นบันได ยังได้มีภาพวิถีชีวิตของชาวนาบนดอยให้ได้สัมผัสใกล้ชิด จึงทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้พากันเดินทางไปท่องเที่ยวถ่ายภาพ ซึ่งขณะที่ชาวบ้านยังได้มีบ้านพักโฮมสเตย์ที่เกป็นกระต๊อบริมทุ่งนาให้เลือกพักถึง 10 หลัง รองรับนักท่องเที่ยว ที่ได้มีการสร้างรายได้เข้าชุมชน โดยที่ชาวบ้านที่นี่เชิญชาวนนักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง เป็นการสนับสนุนไทยเที่ยวไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนหลังวิกฤตโควิด 19 สามารถสอบถามรายละเอียดห้องพักได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง 053-485 335 และ 053-485199

สำหรับการเดินทางไปที่บ้านป่าบงเปียง ใช้เส้นทาง อ.จอมทอง – ดอยอินทนนท์ ถึงด่านที่ 2 ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางสู่อำเภอแม่แจ่ม อีกประมาณอีก 10 กิโลเมตร จะพบป้ายบอกทางเข้าสู่บ้านป่าเปียง ใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาทีก็ถึง…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ที่เต็มไปด้วยโขดหินที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน หน้าหวานนี้เพื่อใครที่ยังไม่มีที่ไป ลองไปเที่ยวดูได้ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นนอนจ้าา!!!!

สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

หน้าหนาวนี้ไปไหนดีนะ? เป็นคำถามที่ได้ยินกันทุกๆปีพอเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ในประเทศไทยก็มีหลายสถานที่ชวนให้เราได้ไปเช็คอินในช่วงฤดูหนาวกันมากมายเหลือเกินหรือจะเป็นทั้งภู หรือดอยต่างๆ และก็ยังมีบ่อน้ำแร่ที่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตไม่แพ้กัน แถมยังเหมาะกันอย่างยิ่งกับช่วงฤดูหนาว อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ซึ่งมีที่ท่องเที่ยวครบหลายรูปแบบ ถ้าได้ลองไปแล้วก็ต้องติดใจจนอยากกลับไปหนาวที่แจ้ซ้อนอีกแน่นอน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงินถนนลำปาง-เดินชัย บริเวณอุทยานฯ มีรำธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินจากธรรมชาติที่ทั้งสวยงามแทรกกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นแหล่งที่ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติ มาประยุกต์การดำเนินงานอย่างสอดคล้องเป็นประโยชน์ ใครที่อยากพระอาทิติย์แนะนำเลยว่าควรต้องมาตั้งแต่เช้าตรู่ มายืนชมพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นท่ามกลางไอระเหยจากน้ำร้อน ก็เป็นภาพที่สวยงามมากจนต้องตราตรึงใจไปอีกนานกันไปเลย ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็นสบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อย่ามัวตะลึงกับความงดงาม และถ่ายรูปจนเพลินนะ เพราะที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนี้ยังมีกิจกรรมที่ฮอตฮิต นั่นคือ การต้มไข่น้ำแร่นั่นเอง ต้องบอกก่อนว่าบ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อนนี้ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ (แรก ๆ อาจจะฉุนนิหน่อยแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มชิน) จำนวนทั้งหมด 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ทำการอุทยาน น้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิสูง ถึง 70 – 80 องศาเซลเซียส จึงสามารถแช่ไข่ให้สุกได้ภายใน 15 นาที ไข่แดงจะแข็งไม่มาก มีรสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า ดูดกรึบเข้าไปทีเดียวได้เลย เรามักจะเห็นชาวบ้านแถวนี้พาครอบครัวมาต้มไข่ยามเช้า และพกแม็คกี้คู่หูความอร่อยที่ทานพร้อมกับไข่ต้มมาด้วย ส่วนร้านอาหารแถวนี้ก็จะนำไข่มาปรุงเป็นเมนูประจำถิ่น ชื่อว่า “ยำไข่น้ำแร่” และไม่นานเมื่ออาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าบรรยากาศที่ว่าเย็นตอนช่วงเช้าก็เริ่มร้อนเพราะไอแดด แต่ว่าบ่อน้ำร้อนนี่ก็ยังมีความสวยงามอยู่ ลองถอยออกมาสักหน่อยก็จะเห็นความงามของบ่อทั้ง 9 ได้เต็มๆตากัน นอกจากบ่อน้ำร้อนที่ขึ้นชื่อติดอันดับของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วย

1. น้ำตกแจ้ซ้อน เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสาย ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ มี 6 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1 กิโลเมตร มีทางเดินไปสะดวกและมามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้ น้ำตกแม่มอญ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำจะตกลมาเป็นช้น ๆ สวยงาม ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ระหว่างทางจะพบกับธรรมชาติที่สวยงาม

2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลายชนิด รวมถึงอาจพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง และปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ หรือ ยางปาย ศึกษาระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวิตหนอนรถด่วน และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน เช่น อะไรทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุกแต่ไข่ขาวเหลว หรือจั๊กจั่นน้ำแร่ เป็นอย่างไร (จั๊กจั่นน้ำแร่จะมีชุกในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) โดยจะเริ่มต้นเดินทางตั้งแต่ลานบ่อน้ำพุร้อนจนถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แล้ววกกลับมาทางใหม่อีกจนถึงลานน้ำพุร้อน

3. แอ่งน้ำอุ่น ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อน และน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้เกิดเป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ ส่วนห้องอาบน้ำแร่ มีทั้งห้องอาบแช่ สำหรับ 3-4 คน ห้องรวมแบบตักอาบและบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้ง น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิน้ำแร่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส

หากใครเดินเที่ยวจนทั่วและเมื่อยเท้าละก็ลองมาแช่น้ำอุ่นดู หรือใครเมื่อยทั้งตัวก็แนะนำให้เข้าห้องอาบน้ำแร่ได้เลย นอกจากจะช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูกได้อีกด้วย แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่สามารถใช้ดื่มได้นะครับ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน

4.น้ำตกแม่ขุน อยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอญ มีลักษณะเป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอญ ต้องเดินเท้าจากที่ทำ การอุทยานฯ 5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทาง

5.ถ้ำผางาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ 8 กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ แจ้ซ้อน 3 (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 60 กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟางาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม หนาวนี้ใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดี

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม

หนาวนี้ใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดี วันนี้ขอนำเสนอ ม่อนแจ่ม หรือ ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เพราะตอนนี้ ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอแม่ริมไปซะแล้ว ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซ้อน แถมยามค่ำคืนฟากฟ้าแวดล้อมไปด้วยดวงดารา ส่องแสงประกายระยิบระยับ
แหม…เกริ่นความงดงามมาซะขนาดนี้ คงไม่มีใครไม่อยากลองไปสัมผัส ม่อนแจ่ม อะ ๆ แต่ก่อนทะยานขึ้นเขา เราต้องไปทำความรู้จักกับ ม่อนแจ่ม และ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ดินแดนแห่งขุนเขากันซะก่อน

พาแอ่วม่อนแจ่มให้ม่วนใจ๋
ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกฝิ่น ในที่สุดโครงการหลวงได้มาขอซื้อพื้นที่เข้าโครงการหลวงหนองหอย โดยได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ สนับสนุน ส่งเสริมสร้างรายได้และอาชีพของชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยพืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ ม่อนแจ่มในวันนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว แต่เป็นพื้นที่แห่งองค์ความรู้ทางการเกษตรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย อากาศที่ม่อนแจ่มเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยคือเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ น่าแปลกที่ว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าม่อนแจ่มในช่วงหน้าหนาวนั้นดูน่ารักมากเป็นพิเศษ ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจ คุณจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่สลับเรียงตัวอย่างสวยงาม หมอกสีขาวโพลนที่บ้างลอยแน่นิ่ง บ้างก็ไหลเอื่อยเมื่อโดนเข้ากับกระแสลม นี่คงจะเป็นความสุนทรียะที่หาไม่ได้จากช่วงฤดูกาลอื่น ในยามที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าและความมืดเข้าปกคลุมรอบ ทันทีที่แหงนหน้ามองฟ้าเราจะพบกับทะเลดาวที่ต่างแข่งกันส่องแสง จนทำเอาคนดูอย่างเราเลือกไม่ถูกว่าจะหันไปมองดวงไหนก่อนดี บรรยากาศทั้งหมดเหล่านี้ จะทำให้คุณตกหลุมรักม่อนแจ่มได้อย่างไม่ยากเย็น

ทำอะไรดีที่ม่อนแจ่ม ?

เสน่ห์ของม่อนแจ่มคงหนีไม่พ้นการไปซึมซับบรรยากาศความหนาวเย็นบนยอดดอย ทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง (แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม) แต่นั่นไม่อาจทำให้คุณรู้จักม่อนแจ่มได้ดีขึ้น และถ้าคุณอยากรู้จักม่อนแจ่มให้มากขึ้น คุณจะต้องรู้สึกถึงการใช้ชีวิตที่ม่อนแจ่มด้วย สิ่งที่น่าสนใจของการมาเที่ยวม่อนแจ่มนอกเหนือจากการนอนเต็นท์ สูดอากาศบริสุทธิ์แล้วนั้น คือการเยี่ยมชม “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตร ทำหน้าที่แนะนำพืชเศรษฐกิจใหม่ ๆ มีผลให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ของชาวเขาให้ดีขึ้น
นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ชีวิตชาวบ้านท้องถิ่นควบคู่ไปกับวิถีเกษตรกรรม ตลอดจนชมแปลงสาธิตพืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ เช่น อาติโช๊ค แปลงสมุนไพรเลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่ ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ฯลฯ
ดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อ๊ะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ม่อนแจ่มมีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ หาชิมยากในเมืองกรุง และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขาก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอว์เบอร์รีผลสีแดงสด

ในบริเวณไม่ไกลจากม่อนแจ่มยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชัน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าเส้นทางไปดอยม่อนล่องอาจจะสมบุกสมบันเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้คุณพลาดที่จะทำความรู้จักกับธรรมชาติให้ลึกซึ้งมากขึ้น

นอกเหนือจากวิถีแห่งธรรมชาติ วิถีความเป็นชนบทของคนที่นี่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน น่าแปลกใจที่ว่าชาวบ้านที่นี่สามารถกลมกลืนเข้ากับกับนักท่องเที่ยวได้ไม่ยากเย็น คงเป็นเพราะมิตรจิตรมิตรใจที่มีให้กันระหว่างชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทั้งยังกิจกรรมให้ทำมากมายจนคุณรู้สึกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้านที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นล้อเลื่อน สวมใส่เสื้อชุดชาวเขา หรือการอุดหนุนซื้อของที่ระลึกกลับไปเป็นของฝาก เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า ผ้าพันคอ เครื่องประดับ ถ้าเป็นอาหารก็คือผักสลัด มันเผา พริกหยวก เป็นต้น

ที่พักม่อนแจ่ม

การพักที่ม่อนแจ่มมีให้เลือกหลากหลาย มีทั้งแบบรีสอร์ท บ้าน และกางเต็นท์ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมนอนกางเต็นท์มากกว่า เพราะรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด เพียงแค่รูดซิปเต็นท์ลงคุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกลอยอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งยังราคาไม่แพง แถมยังใกล้จุดชมวิว ยิ่งถ้าเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ใครที่อยากนอนเต็นท์ต้องรีบโทรมาจองตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งหากจองไม่ทันก็ต้องอาศัยจองที่พักในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอยู่ห่างจากม่อนแจ่มไปไม่มากนัก

ม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท เป็นที่พักอยู่ในส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย แน่นอนว่าด้วยทำเลที่ตั้งของที่พักบนพื้นที่สันเขาทำให้คุณสามารถสูดสายลมเย็น ๆ ได้เต็มสองปอด ทั้งยังมองเห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลได้อย่างสุดลูกหูลูกตา ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ดวงดาวทั้งบนฟ้าและพื้นดิน (แสงไฟจากบ้านเรือนข้างล่าง) นี่จึงเป็นบรรยากาศโรแมนติกระดับห้าดาวที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ จังหวัดเชียงใหม่ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส หนึ่งในแลนด์มาร์กน่าเที่ยว เก็บเกี่ยวความสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส

หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน

สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง จริง ๆ แล้วทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ ชาวบ้านที่นี่ปลูกไว้เพื่อขายมากกว่าจะปลูกไว้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางแปลงที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม และไปถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับดอกไม้ได้ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องสอบถามกับเจ้าของแปลงดอกไม้นั้น ๆ เสียก่อน เพราะมีบางแปลงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี หรือบางแปลงก็เสียค่าเข้าชม แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละแปลง ขึ้นอยู่กับเจ้าของเป็นผู้กำหนด สำหรับใครที่อยากไปถ่ายรูปแนะนำว่าไปได้จนถึงช่วงกลางเดือนเมษายน 2563 ถ้าเลยช่วงนี้ไปอาจจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตาความสวยงามแบบนี้แล้วก็ได้นะ…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่กางเต็นท์ชมดาว ชมวิวภูเขาสวยๆกับบรรยายกาศเย็นที่เงียบสงบ

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย ชมวิวภูเขาสวยๆและบรรยายที่เย็นเงียบสงบพร้อมกับชมดาวทนท้องฟ้าสวยๆ

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย

พอเข้าสู่ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติก็มักที่จะหาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบรรยากาศดี เพื่อไปเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะที่เที่ยวภูเขา ที่นอกจากวิวงามตาแล้ว อากาศยังเย็นสบาย ยิ่งดอยไหนอยู่สูง ๆ ก็ยิ่งหนาวเหน็บดีต่อใจจริง ๆ

และถ้าใครกำลังมองหาสถานที่กางเต็นท์เพื่อไปชมวิวทะเลหมอกปัง ๆ รับอากาศเย็นชื่นใจ เราจะพาไปชมอีกหนึ่งดอยสวยของจังหวัดเชียงรายกัน ดอยที่ว่านี้ ก็คือ ดอยสะโง้ ดอยสะโง้ ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร เป็นยอดดอยภูเขาหัวโล้น สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา ด้านหนึ่งจะมองเห็นแม่น้ำโขง ภูเขาฝั่งเมืองบ่อแก้ว ประเทศลาว สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงบริเวณ Kings Romans Casino ด้วย ส่วนอีกฝั่งนั้นก็จะเห็นดอยนางนอนทอดยาวขนานไปกับท้องฟ้า เบื้องล่างจะเป็นไร่นาของชาวบ้าน ในฤดูทำนาและฤดูก่อนเก็บเกี่ยว จะเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ หน้าฝนเป็นพรมสีเขียว ส่วนปลายฝนต้นหนาวก็จะกลายเป็นพรมสีเหลืองทอง แต่ถ้าไปเที่ยวหน้าหนาว เช้า ๆ ก็จะได้เห็นทะเลหมอก ส่วนกลางคืนก็มองเห็นดวงดาวระยิบระยับสวยงาม เพราะที่นี่อยู่ห่างจากเมืองค่อนข้างมาก ฟ้ามืดสนิท นอกจากวิวสวย ๆ ที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ ดอยสะโง้แล้ว ด้านบนก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกเก๊กฮวยสีเหลืองอร่าม จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน สะพานลอยฟ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ดาดฟ้าชมวิว โดยไฮไลต์จะอยู่ที่สะพานไม้ไผ่ลอยฟ้า ซึ่งทอดยาวเลียบริมดอยไปรอบ ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมวิวของทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกกันให้หนำใจ มีค่าบำรุงรักษาสะพานคนละ 20 บาท ดอยสะโง้ ที่พัก ก็มีไว้รองรับทั้งแบบบ้านพัก และเต็นท์ หรือใครจะนำเต็นท์มากางเองก็ได้ โดยราคาที่พักจะเริ่มต้นที่หลังละ 1,500 บาท พักได้ 3 คน, เช่าเต็นท์พร้อมชุดเครื่องนอน หลังละ 990 บาท พักได้ 2 คน หากนำเต็นท์ไปเองจะมีค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ 100 บาท (แต่ควรเป็นเต็นท์ที่มีความแข็งแรง เพราะยอดดอยจะโล่งกว้าง และลมแรงตลอดทั้งคืน ) ส่วนร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ก็มีไว้รองรับครบครัน มีเมนูอร่อย ๆ ให้เลือกอิ่มอร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว…

อ่านต่อ →