สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเลย


สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกันถึงที่

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ” แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ จังหวัดเชียงใหม่ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต


สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส หนึ่งในแลนด์มาร์กน่าเที่ยว เก็บเกี่ยวความสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส

หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน

สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง จริง ๆ แล้วทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ ชาวบ้านที่นี่ปลูกไว้เพื่อขายมากกว่าจะปลูกไว้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางแปลงที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม และไปถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับดอกไม้ได้ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องสอบถามกับเจ้าของแปลงดอกไม้นั้น ๆ เสียก่อน เพราะมีบางแปลงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี หรือบางแปลงก็เสียค่าเข้าชม แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละแปลง ขึ้นอยู่กับเจ้าของเป็นผู้กำหนด สำหรับใครที่อยากไปถ่ายรูปแนะนำว่าไปได้จนถึงช่วงกลางเดือนเมษายน 2563 ถ้าเลยช่วงนี้ไปอาจจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตาความสวยงามแบบนี้แล้วก็ได้นะ…

สถานที่ท่องเที่ยว ยอดเขาเทวดา จังหวัดสุพรรณบุรี กับเส้นทางเดินป่าสนุก ๆ แถมยังได้สัมผัสธรรมชาติใกล้กรุงแบบเต็ม ๆ


สถานที่ท่องเที่ยว ยอดเขาเทวดา สัมผัสสายหมอกพัดผ่านหรือนอนนับหมู่ดาวบนท้องฟ้า

สถานที่ท่องเที่ยว ยอดเขาเทวดา

ใกล้ช่วงสิ้นปีที่ลมหนาวเริ่มกำลังโชยมาแบบนี้ จะมีอะไรดีกว่าการออกเดินทางพิชิตยอดเขาสักที่ สัมผัสสายหมอกพัดผ่านหรือนอนนับหมู่ดาวบนท้องฟ้า เรียกได้ว่าเป็นความสุขที่ใกล้เพียงเอื้อมมือ และที่ที่ว่าก็อยู่แค่สุพรรณบุรีนี่เอง คราวนี้เราจะขอตามรอย คุณคนช่างเที่ยว สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสธรรมชาติ พร้อมกับชมความงดงามหลากหลายรูปแบบที่ “ยอดเขาเทวดา” ยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทำเอาคุณต้องหลงรักความงดงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก และความหนาวเย็นจนยากจะถอนตัว
ผู้หญิงธรรมดา @ ยอดเขาเทวดา (ด่านช้าง – สุพรรณบุรี)

ผู้หญิงธรรมดา … ที่แพ้ทางชัน การเข้าป่าและเดินขึ้นเขาไม่มีที่ไหนไม่เหนื่อยหรอก เพียงแต่จะเหนื่อยน้อยหรือเหนื่อยมากก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเส้นทางการเดิน
ยอดเขาเทวดา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีระดับความสูง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี จากจุดเริ่มเดินที่เชิงเขาจนถึงบนยอดเขามีระยะทางเดินประมาณ 800 เมตร แต่ !!! เป็นอะไรที่ชันและเหนื่อยมาก หาทางราบไม่เจอเลย เจอทางราบอีกทีบนยอดเขา 55+ แต่ก็นะ … ลองมาเที่ยวกันสักครั้ง เติมรสชาติให้ชีวิต … ไม่ลองไม่รู้ การเดินทาง (กรุงเทพฯ-ที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย) : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) จนถึงทางแยกเข้าอำเภอเดิมบางนางบวช ให้เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอเดิมบางนางบวช ตรงไปประมาณ 33 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 333 มุ่งหน้าสู่อำเภอด่านช้าง หลังจากผ่านตัวอำเภอด่านช้าง และผ่าน อบต.วังคัน ประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท สพ.3008 ตรงไปประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย
พวกเราขับรถออกจากกรุงเทพฯ ช่วงเช้า ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตยช่วงบ่าย เพราะแวะกินข้าวและซื้อเสบียงสำหรับแคมปิ้งกันคืนนี้ด้วย ที่ทำการอุทยานมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดกางเต็นท์ ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำให้บริการ จุดนี้เป็นจุดเปลี่ยนรถสำหรับคนที่ได้ติดต่อรถโฟร์วีลของทางอุทยาน ให้รับ-ส่งไปยังจุดกางเต็นท์เชิงยอดเขาเทวดา ซึ่งตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตยที่ 3 (ตะเพินคี่) เหตุที่ควรใช้โฟร์วีลเพราะเส้นทางขึ้นไปยังหน่วยตะเพินคี่บางช่วงเป็นทางวิบาก แต่หากใครมีรถกระบะหรือรถที่กำลังแรงก็สามารถขับรถส่วนตัวขึ้นไปถึงหน่วยตะเพินคี่ได้เช่นกัน…

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จังหวัดกาญจนบุรีเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5


สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา เมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทย

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองมัลลิกา

ในช่วงวันหยุดที่กำลังใกล้เข้ามานี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ใกล้กรุงเทพฯ วันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ เป็นกระแสที่ผู้คนพูดถึงกันมากมายในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กตอนนี้ นั่นก็คือ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 ที่เที่ยวแห่งใหม่แกะกล่องของจังหวัดกาญจนบุรี ที่จำลองเมืองโบราณในช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 5 มาไว้ที่นี่ อีกทั้งยังมีการให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแต่งกายชุดไทยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบอีกด้วย ซึ่ง คุณ Alter Gunz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ ในเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 มาให้ได้ชมกันแล้ว อยากจะบอกว่าสวยงามตามท้องเรื่องมาก ๆ จนอยากจะหยิบสไบและโจงกระเบนในตู้ใบเก่าของคุณยายมานุ่งแล้วพุ่งไปเที่ยวเลยทีเดียว เดี๋ยวจะหาว่าขี้คุย ไปดูความสวยงามของเมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 กันเลยดีกว่า

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ เมืองไทย ๆ ที่คนไทยไม่ควรพลาด !
เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ไปแบบไม่ได้แพลนอะไรมาก บังเอิญเห็นใน Facebook ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะเข้าไปดูหรอกครับ เพราะก็คิดว่าคงเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดอื่น ๆ ที่มี Concept ไทยย้อนยุคแค่นั้นเอง แต่บังเอิญ ! ขับรถผ่านพอดี เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปลองดูครับว่าเป็นยังไง สถานที่นี้มีชื่อว่า เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ครับ เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 32 กิโลเมตร ขับรถเข้าไปก็เจอประตูโอ่อ่า ใหญ่โตอลังการ พร้อมกำแพงเมืองที่ใหญ่โตราวกับหลุดมาจากในหนังไทยที่เคย ๆ ดูกันมา แถมยังมีรถลากไว้คอยบริการอยู่ทางหน้าเมืองอีกด้วย โอ้ว ! คนลากรถก็แต่งตัวชุดไทยชาวบ้าน ทำให้ได้บรรยากาศ ตั้งแต่ก่อนที่จะได้เข้าไปดูข้างในดีจริง ๆ หลังจากนั้นก็เดินไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปข้างในครับ อัตราค่าเข้า ณ ตอนนี้ (พฤศจิกายน 2559) คือผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 75 บาท ต่อคน คราวนี้ก็เซอร์ไพรส์ไปอีก เมื่อเค้าให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อเอาไว้ใช้ในการจับจ่ายใช้สอยภายในเมือง โอ้โห !!! เกิดมาไม่คิดว่าจะได้ใช้เงินสตางค์ที่มีรูตรงกลางเหมือนกันแหละครับ ฮ่า ๆๆๆ อัตราการแลกเงินก็อยู่ที่ 5 บาท ต่อ 1 สตางค์ มีให้ตั้งแต่เหรียญ 1, 2, 5 และ 10 สตางค์ครับ หลังจากซื้อตั๋ว แลกเหรียญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าไปข้างในครับ เข้าไปก็ร้องดัง ๆ ยาว ๆ เลยครับ เพราะว่าสวยมาก ราวกับหลุดไปอยู่อีกเมืองจริง ๆในสะพานก็จะขายผลไม้แห้ง ผลไม้ดอง ตลอดสะพานเลยครับ เดินผ่านสะพานมา ก็จะเจอชาวบ้านกำลังทำแป้งข้าวเหนียวกันอยู่ ตอกกันใหญ่ ดูจากสีหน้าแล้ว สนุกสนานน่าดูเลยนะครับ
เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ ถือเป็น Landmark แห่งใหม่ของอำเภอไทรโยคครับ เค้าบอกว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนแห่งแรกในไทย และแห่งเดียวในโลกอีกด้วย !! โอ้วววววว ก็ไม่ผิดแปลกมากมายจากที่เค้านิยามตัวเองไว้เท่าไรนะครับ เพราะข้างในก็จะแสดงวิถีชีวิตแบบไทยให้ได้เห็นจริง ๆ เข้าไปจุดแรกที่เจอก็จะเป็นสะพานหัน เพื่อข้ามไปยังในเมือง…

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด


สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของ

สถานท่อท่องเที่ยว ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไปพิชิตยอด พร้อมดื่มด่ำและชื่นชมธรรมชาติของภูกระดึงกันอย่างเต็มที่

“ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ดูจะเป็นประโยคคลาสสิกตลอดกาลสำหรับการไปเที่ยวภูกระดึง แต่กว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้พิชิตภูกระดึงใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ เพราะต้องแลกทั้งหยาดเหงื่อและกำลังกายไม่ใช่น้อย หลายคนที่ยังไม่เคยไปเที่ยวภูกระดึงอาจฟังแล้วคิดในใจว่า “ลำบากขนาดนั้นเชียว ?” แล้วถ้าอยากจะไปเที่ยวภูกระดึงดูบ้าง จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ฟิตร่างกายแค่ไหน ขึ้นไปแล้วจะเจอกับอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

● 1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึงเย็นสบายเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส

● 2. ภูกระดึงไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตลอดปี ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 พฤษภาคมของทุกปี และช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี

● 3. ช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยวของภูกระดึงจะมีความงดงามแตกต่างกันในแต่ละเดือน ถ้าอยากเที่ยวน้ำตกให้ไปช่วงเดือนตุลาคม ช่วงนี้น้ำจะยังเยอะอยู่ ถ้าอยากเห็นใบเมเปิลต้องมาช่วงกลางเดือนธันวาคม และจะร่วงในช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่ถ้าอยากฟินกับอากาศหนาวมาก ๆ ต้องมาช่วงปลายเดือนธันวาคม ไม่แน่ว่าคุณอาจโชคดีได้เห็นทะเลหมอกสวย ๆ และแม่คะนิ้งก็ได้

● 4. การเตรียมฟิตร่างกายและเตรียมอุปกรณ์การเดินทางให้พร้อม เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการเที่ยวภูกระดึง

– การเตรียมพร้อมร่างกาย ควรฟิตร่างกายมาให้เต็มที่ เพราะคุณต้องเดินเยอะมาก ๆ รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าผ้าใบพื้นหนา ทนทาน และเน้นที่ใส่สบาย

– การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ยารักษาโรค ไฟฉาย เครื่องนุ่งห่มกันหนาว ถุงเท้ากันทาก และอุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ (แชมพู ยาสีฟัน สบู่) เป็นต้น ส่วนในเรื่องอาหาร นักท่องเที่ยวไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารไป เพราะบนนั้นมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน และมีขายเกือบทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าจะอด

และไม่ต้องกลัวว่าเราจะแบกสัมภาระขึ้นไปยังไงไหว เพราะที่นี่มีบริการลูกหาบไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเรียบร้อย
● 5. การจองที่พักบนภูกระดึง ถ้าต้องการนอนบ้านพักจะต้องเข้าไปจองล่วงหน้า 60 วัน ที่เว็บไซต์ nps.dnp.go.th หรือติดต่อฝ่ายบริการที่พัก โทร. 02 562 0760, 02 561 0777 ต่อ 1743, 1744 สำหรับใครที่ต้องการนอนเต็นท์ ทางอุทยานมีทั้งเต็นท์ไว้ให้บริการและพื้นที่กางเต็นท์รองรับอย่างเพียงพอ

● 6. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินขึ้นภูกระดึง ถ้าอยากเดินแบบสบาย ๆ ก็ควรเดินทางขึ้นภูตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่เวลา 07.30-14.00 น. เพราะถ้าขึ้นเอาช่วงบ่าย ๆ อาจจะรู้สึกกดดันตัวเอง และคิดไปว่าเหมือนยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินไปฟ้าก็ยิ่งใกล้มืด และต้องเดินขึ้นภูเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บางคนใช้เวลามาก บางคนใช้เวลาน้อย ขึ้นอยู่กับความเร็วและความแข็งแรงของแต่ละคนล้วน ๆ

● 7. โดยปกตินักท่องเที่ยวมักใช้ระยะเวลาเที่ยวบนภูกระดึงทั้งหมดประมาณ 4 วัน คือวันเดินขึ้น-ลงภูอย่างละ 1 วัน เดินชมเส้นทางสายน้ำตก 1 วัน และเดินชมเส้นทางสายหน้าผา 1 วัน ซึ่งระยะเวลารวม 4 วันนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาพอเหมาะสำหรับการสัมผัสธรรมชาติบนภูกระดึงได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือถ้าใครอยากหาเครื่องทุ่นแรง ที่นี่ก็มีจักรยานให้เช่า เอาไว้ปั่นไปตามที่เที่ยวจุดต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
● 8. เส้นทางขึ้นบนยอดภูกระดึง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าวัดใจผ่านตั้งแต่ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน และซำแคร่ และช่วงสุดท้ายที่จะผ่านขึ้นไปยังหลังแป เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุด เพราะจะต้องปีนป่ายขึ้นโขดหิน และต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน แต่ถ้าใครเหนื่อยก็นั่งลงแวะพักดื่มน้ำหาของทานกันได้

● 9. แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงที่พลาดไม่ได้ เช่น ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ลานพระศรีนครินทร์ (องค์พระพุทธเมตตา) น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบ สระอโนดาต เป็นต้น

● 10. กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวภูกระดึง คือการชิมอาหารร้านต่าง ๆ ไล่เรียงตั้งแต่อาหารตามสั่ง ข้าวราดแกง แต่ถ้าเป็นมื้อเช้าก็จะมีอาหารสำหรับรองท้อง มีทั้งโจ๊ก น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ข้าวเหนียวหมูทอด ชา กาแฟ หรือถ้าช่วงที่ไปอากาศหนาวมาก ที่นี่ก็มีหมูกระทะและหมูจุ่มร้อน ๆ เอาไว้ทานเพื่อคลายความหนาว
● 11. ไฮไลท์เด็ดอีกหนึ่งอย่างของการมาเที่ยวภูกระดึง คือการได้ชื่นชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน นักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากชมพระอาทิตย์ตกดิน มักเดินทางไปที่ “ผาหล่มสัก” หรือ “ผาหมากดูก” และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ผานกแอ่น” ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง ด้วยเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายจากสัตว์ป่าได้

● 12. ปัจจุบันแม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ภูกระดึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แต่เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ไม่อาจเลือนหายไป นั่นคือนักท่องเที่ยวจะได้พบกับความเงียบสงบ และมิตรภาพระหว่างทางขึ้นภู ที่เกิดขึ้นง่ายแสนง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

● 13. การเที่ยวภูกระดึงอย่างมีจิตสำนึก จะเป็นหนึ่งหนทางรักษาความสวยงามของภูกระดึงได้อย่างยั่งยืนที่สุด นักท่องเที่ยวจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า ไม่แกะสลักชื่อหรือขูดขีดร่องรอยไว้ที่ต้นไม้ ก้อนหิน หรือหน้าผา…

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่กางเต็นท์ชมดาว ชมวิวภูเขาสวยๆกับบรรยายกาศเย็นที่เงียบสงบ


สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย ชมวิวภูเขาสวยๆและบรรยายที่เย็นเงียบสงบพร้อมกับชมดาวทนท้องฟ้าสวยๆ

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยสะโง้ จังหวัดเชียงราย

พอเข้าสู่ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติก็มักที่จะหาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบรรยากาศดี เพื่อไปเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะที่เที่ยวภูเขา ที่นอกจากวิวงามตาแล้ว อากาศยังเย็นสบาย ยิ่งดอยไหนอยู่สูง ๆ ก็ยิ่งหนาวเหน็บดีต่อใจจริง ๆ

และถ้าใครกำลังมองหาสถานที่กางเต็นท์เพื่อไปชมวิวทะเลหมอกปัง ๆ รับอากาศเย็นชื่นใจ เราจะพาไปชมอีกหนึ่งดอยสวยของจังหวัดเชียงรายกัน ดอยที่ว่านี้ ก็คือ ดอยสะโง้ ดอยสะโง้ ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร เป็นยอดดอยภูเขาหัวโล้น สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา ด้านหนึ่งจะมองเห็นแม่น้ำโขง ภูเขาฝั่งเมืองบ่อแก้ว ประเทศลาว สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงบริเวณ Kings Romans Casino ด้วย ส่วนอีกฝั่งนั้นก็จะเห็นดอยนางนอนทอดยาวขนานไปกับท้องฟ้า เบื้องล่างจะเป็นไร่นาของชาวบ้าน ในฤดูทำนาและฤดูก่อนเก็บเกี่ยว จะเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ หน้าฝนเป็นพรมสีเขียว ส่วนปลายฝนต้นหนาวก็จะกลายเป็นพรมสีเหลืองทอง แต่ถ้าไปเที่ยวหน้าหนาว เช้า ๆ ก็จะได้เห็นทะเลหมอก ส่วนกลางคืนก็มองเห็นดวงดาวระยิบระยับสวยงาม เพราะที่นี่อยู่ห่างจากเมืองค่อนข้างมาก ฟ้ามืดสนิท นอกจากวิวสวย ๆ ที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ ดอยสะโง้แล้ว ด้านบนก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกเก๊กฮวยสีเหลืองอร่าม จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน สะพานลอยฟ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ดาดฟ้าชมวิว โดยไฮไลต์จะอยู่ที่สะพานไม้ไผ่ลอยฟ้า ซึ่งทอดยาวเลียบริมดอยไปรอบ ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมวิวของทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกกันให้หนำใจ มีค่าบำรุงรักษาสะพานคนละ 20 บาท ดอยสะโง้ ที่พัก ก็มีไว้รองรับทั้งแบบบ้านพัก และเต็นท์ หรือใครจะนำเต็นท์มากางเองก็ได้ โดยราคาที่พักจะเริ่มต้นที่หลังละ 1,500 บาท พักได้ 3 คน, เช่าเต็นท์พร้อมชุดเครื่องนอน หลังละ 990 บาท พักได้ 2 คน หากนำเต็นท์ไปเองจะมีค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ 100 บาท (แต่ควรเป็นเต็นท์ที่มีความแข็งแรง เพราะยอดดอยจะโล่งกว้าง และลมแรงตลอดทั้งคืน ) ส่วนร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ก็มีไว้รองรับครบครัน มีเมนูอร่อย ๆ ให้เลือกอิ่มอร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว…

สถานท่องเที่ยว ทะเลหมอกบ้านป่ากล้วยไม้ ที่มีแต่ธรรมชาติที่สวยงามมากที่สุดจนใครๆก็อดใจที่จะมาผสัมกันไม่ไว้แล้ว!!!


สถานท่องเที่ยว ทะเลหมอกบ้านป่ากล้วยไม้ ชื่นชมกับทะเลหมอกกันแบบฟินๆกันและธรรมชาติสวยงาม

สถานท่องเที่ยว ทะเลหมอกบ้านป่ากล้วยไม้

เมื่อถึงคราวที่ฤดูหนาวมาเยือน ขาเที่ยวทั้งหลายน่าจะกำลังมองหาที่เที่ยวสนุก ๆ อยู่แน่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวภูเขา น่าจะเหมาะกับสภาพอากาศตอนนี้เสียจริง ๆ ยิ่งถ้าชวนเพื่อนไปด้วยเยอะ ๆ บอกเลยว่าความสนุกคูณสองเข้าไปอีก อย่าง “ทะเลหมอกบ้านป่ากล้วย” ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ใครมาเห็นก็ต้องร้องว้าว ! และอึ้งกับความงาม จนแทบไม่อยากละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อถึงคราวที่ฤดูหนาวมาเยือน ขาเที่ยวทั้งหลายน่าจะกำลังมองหาที่เที่ยวสนุก ๆ อยู่แน่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวภูเขา น่าจะเหมาะกับสภาพอากาศตอนนี้เสียจริง ๆ ยิ่งถ้าชวนเพื่อนไปด้วยเยอะ ๆ บอกเลยว่าความสนุกคูณสองเข้าไปอีก อย่าง “ทะเลหมอกบ้านป่ากล้วย” ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ใครมาเห็นก็ต้องร้องว้าว ! และอึ้งกับความงาม จนแทบไม่อยากละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว สำหรับการเดินทางมายังจุดชมทะเลหมอกบ้านสันป่ากล้วย หนทางอาจจะค่อนข้างยากอยู่เสียหน่อย จำเป็นที่จะต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น รถเก๋งธรรมดาไม่สามารถขับได้ ด้วยเพราะเส้นทางค่อนข้างขรุขระ รวมถึงต้องมีคนนำเที่ยว เพราะไม่อย่างนั้นอาจเกิดอุบุติเหตุหรือหลงทางได้ โดยเส้นทางจะลัดเลาะไปตามไร่ข้าวโพด ซึ่งเป็นจุดที่เทือกเขาขนานกับดอยอินทนนท์ และใช้ระยะเวลาเดินทางจากตัวอำเภอไปประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าหนาวที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ไปได้เที่ยวชม นอกจากไม่ผิดหวังแล้ว ยังได้ความประทับใจกลับไปเต็ม ๆ

 …

สถานท่ท่องเที่ยว ทุงดอกเก๊กฮวย ที่ใครๆก็อยากมาผสัมกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆแบบนี้


สถานท่ท่องเที่ยว ทุงดอกเก๊กฮวย หลายคนคิดอยากจะเห็นและอยากได้ผสัมกับทุ่งดอกเก๊กฮวยสวยแบบฟินแล้ว

สถานท่ท่องเที่ยว ทุงดอกเก๊กฮวย

ช่วงที่ลมหนาวกำลังมาเยือนปลายปีแบบนี้ หลายคนคิดอยากจะขึ้นเหนือไปสัมผัสความหนาว เรามีอีกหนึ่งที่มาแนะนำกับ “ทุ่งดอกเก๊กฮวย บ้านอมลอง” จังหวัดเชียงใหม่ ได้ข่าวมาแว่ว ๆ ตอนนี้ดอกเก๊กฮวยกำลังออกดอกสวยเต็มทุ่ง แถมยังมีลมหนาวพัดมาเบา ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่นี่ดียิ่งขึ้นไปอีก ว่าแล้วก็ไม่รอช้า…เลยเอาบรรยากาศความสวยงามมาฝาก ลองใครได้เห็นคงอยากจะเดินทางไปเช็กอินแทบไม่ทันเลย หากใครมีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ เราแนะนำให้คุณลองมาชมความสวยงามของทุ่งดอกเก๊กฮวย บ้านอมลอง ตั้งอยู่ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทุก ๆ ปีดอกเก๊กฮวยที่นี่จะบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน เรียกได้ว่าหนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ! จริง ๆ แล้วภายในบริเวณบ้านอมลอง นักท่องเที่ยวจะเห็นทุ่งดอกเก๊กฮวยกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน ทุ่งดอกเก๊กฮวยที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม คือ “ไร่วังธาร” กับ “ไร่นายพล” บางทุ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมฟรี และบางทุ่งก็อาจเสียค่าบำรุงรักษา แต่ถึงอย่างนั้นนักท่องเที่ยวจะเห็นทุ่งดอกเก๊กฮวยแบบละลานตาให้เลือกเข้าชมมากมาย ด้วยเพราะชาวบ้านที่นี่นิยมปลูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง…

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกตาดฟาน ประเทศลาว น้ำตกสูงกลางหุบเขา สรวงสวรรค์แห่งจำปาสัก


สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกตาดฟาน ประเทศลาว น้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศลาว แวดล้อมไปด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไปเที่ยวได้ง่าย ๆ ไม่ไกลจากเมืองไทย

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกตาดฟาน ประเทศลาว   

ประเทศลาว มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามให้เราไปค้นหามากมายไม่รู้เบื่อจริงๆ

หากใครไปเยือนทางลาวเหนือก็จะหลงใหลวัฒนธรรมและเมืองท่องเที่ยวอันเงียบสงบอย่างหลวงพระบางอย่างแน่นอน ส่วนทางด้านลาวใต้เป็นที่เลื่องลือมากในเรื่องของธรรมชาติที่สวยงามอลังการ หนึ่งในนั้นก็คือ “น้ำตกตาดฟาน” แห่งแขวงจำปาสัก น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane Waterfall) ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก และยังมีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศลาวอีกด้วย น้ำตกแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวใน Dong Hua Sao National Protected Area ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูงโบโลเวน (Bolaven Plateau) เมืองปากซอง (Paksong) แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองปากเซ (Pakse) และไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าไรนัก น้ำตกตาดฟาน เป็นน้ำตกสูงใหญ่ มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่กลางหุบเขา โดยสายน้ำดังกล่าวไหลมาจากแม่น้ำสองสาย คือ Champi River และ Pak Koot River น้ำจำนวนมากมายจะไหลผ่านป่าเขาแล้วไหลดิ่งลงหน้าผาสูงชัน 90 องศา สู่แอ่งน้ำกลางหุบเขาเบื้องล่าง ด้วยความสูงกว่า 120 เมตร  โดยรอบของน้ำตกตาดฟานเป็นป่าเขาที่เขียวขจีอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย มีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวสวย ๆ อยู่อีกด้านของน้ำตก ซึ่งจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของน้ำตกตาดฟานได้ในมุมกว้างและสวยงามมากที่สุด หรือถ้าอยากจะสัมผัสกับความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้กันแบบใกล้ชิด ก็สามารถเดินลงไปยังตัวน้ำตกได้เช่นกัน การมาเที่ยวน้ำตกตาดฟาน ปัจจุบันไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว สามารถเข้าไปเที่ยวได้ง่ายดายมากขึ้น แต่ถ้าใครอยากผจญภัยก็ต้องเดินป่าเข้าไปค่ะ เดินเท้าหลายชั่วโมง แล้วพักค้างแรมในป่า 1 คืน ต้องเตรียมร่างกายและเสบียงอาหารให้พร้อม และจำเป็นต้องมีไกด์ในการนำทาง เมื่อไม่นานมานี้ ก็เพิ่งมีบริการ Zipline ข้ามน้ำตกตาดฟาน ระยะทางประมาณ 450 เมตร ซึ่งสูงจากพื้นดินราว ๆ 500 เมตรเลยทีเดียว และต้องสนุกสุด ๆ กับการเล่น Zipline ที่มีทั้งหมดราว ๆ 4-5 ฐาน ข้ามไปมาระหว่างหุบเขาสูงใหญ่ บอกเลยว่ามันฟิน ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การเที่ยวน้ำตกตาดฟานจะอยู่ในช่วงฤดูฝน หรือระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม เพราะจะมีปริมาณน้ำเยอะ สวยงาม แต่ถ้าหากอยากเห็นการเก็บเกี่ยวกาแฟที่มีรสชาติดีที่สุดของประเทศลาว ต้องไปเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ และห้ามพลาดที่จะชิมลิ้มรสกาแฟสุดอร่อย พร้อมทั้งแวะพักรีสอร์ทของชาวบ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง…

สถานที่ท่องเที่ยว เขาอีบิด ้ป็นจุดเช็กอินพักผ่อน ซึ่งตอนนี้กำลังโด่งดงในโซเซียล ทำเลการถ่ายรูปแปลกตา ที่ใครก็ห้ามพลาด


สถานที่ท่องเที่ยว เขาอีบิด ้ป็นจุดเช็กอินพักผ่อน และกำลังเป็นที่แปลกตาสำหรับใครๆที่ยังไม่เคยมาไม่ควรพลาดกับสถานที่สวยๆแบบนี้

สถานที่ท่องเที่ยว เขาอีบิด ้ป็นจุดเช็กอินพักผ่อน

เพชรบุรี จังหวัดน่าเที่ยวใกล้กรุงเทพ เดินทางง่าย เดินทางสะดวก จนกลายเป็นว่าที่นี่เป็นจุดเช็กอินพักผ่อนช่วงวันหยุด แต่จะให้เที่ยวแต่ที่เดิม ๆ ก็เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ เรามีที่เที่ยวเพชรบุรีที่ใหม่มากระซิบบอก กับ “เขาอีบิด” ซึ่งตอนนี้กำลังโด่งดังในโซเซียล ด้วยเพราะเป็นทำเลถ่ายรูปที่แปลกตา ยิ่งถ้าได้เอาลงโซเชียลก่อน มีหวังกวาดยอดไลก์เพียบ หลายคนคงอยากจะเห็นแล้วว่า หน้าตาของเขาอีบิดจะเป็นยังไง สวยแค่ไหน คุ้มค่าที่จะดั้นด้นไปถ่ายรูปหรือเปล่า เข้ามาเซอร์เวย์กันได้เลย เขาอีบิด ที่เที่ยวโลเคชั่นเก๋ ตั้งอยู่ใกล้โรงโม่หินเพชรสมุทร อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จุดเด่นที่ทำให้โลเคชั่นแห่งนี้ฮิตฮอตขึ้นมาในโลกโซเชียลคือ ความสวยงามของทัศนียภาพโดยรอบ เมื่อมองไปเบื้องหน้าจะเจอกับทิวเขาและแนวสน บางวันที่อากาศเป็นใจ ผืนน้ำเบื้องหน้าจะสะท้อนท้องฟ้า เสมือนกระจกบานใหญ่ จนถึงกับต้องอุทานออกมาดัง ๆ ว่า “อย่างสวยยยยยยย” จริง ๆ แล้วบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของโรงโม่หินเพชรสมุทร ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้อยู่ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องหรือติดต่อหน่วยงานใด ๆ (แต่ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง ถ้ามีอะไรอัปเดตเราจะรีบมาบอกทันทีเลย) แต่ถ้าเป็นส่วนของยอดเขาอีบิด ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป เพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้าใครอยากได้แสงสวย ๆ แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็น ๆ ช่วงเช้า เราจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นด้านหลังเขา ส่วนถ้าเป็นช่วงเย็น ๆ พระอาทิตย์จะอยู่ด้านหลังเรา ทอแสงสีเหลืองส้มเป็นประกาย นี่แหละเป็นช่วงนาทีทองที่จะได้ระดมชัตเตอร์ให้ยับกันไปข้าง แต่อย่ามัวแต่ถ่ายรูปเพลินจนปล่อยให้เวลาเย็นย่ำ เพราะทางค่อนข้างมืด ขากลับออกมาก็ดูแลตัวเองกันให้ดี ๆ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด…อย่าลืมรักษาความสะอาดของสถานที่ ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด อย่างน้อยก็เป็นการช่วยกันคนละไม้คนละมือ ให้ทุกคนได้ที่ถ่ายรูปสวย ๆ ได้อีกนาน ๆ…