สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ที่เต็มไปด้วยโขดหินที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน หน้าหวานนี้เพื่อใครที่ยังไม่มีที่ไป ลองไปเที่ยวดูได้ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นนอนจ้าา!!!!

สถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

หน้าหนาวนี้ไปไหนดีนะ? เป็นคำถามที่ได้ยินกันทุกๆปีพอเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ในประเทศไทยก็มีหลายสถานที่ชวนให้เราได้ไปเช็คอินในช่วงฤดูหนาวกันมากมายเหลือเกินหรือจะเป็นทั้งภู หรือดอยต่างๆ และก็ยังมีบ่อน้ำแร่ที่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตไม่แพ้กัน แถมยังเหมาะกันอย่างยิ่งกับช่วงฤดูหนาว อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ซึ่งมีที่ท่องเที่ยวครบหลายรูปแบบ ถ้าได้ลองไปแล้วก็ต้องติดใจจนอยากกลับไปหนาวที่แจ้ซ้อนอีกแน่นอน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงินถนนลำปาง-เดินชัย บริเวณอุทยานฯ มีรำธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินจากธรรมชาติที่ทั้งสวยงามแทรกกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นแหล่งที่ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติ มาประยุกต์การดำเนินงานอย่างสอดคล้องเป็นประโยชน์ ใครที่อยากพระอาทิติย์แนะนำเลยว่าควรต้องมาตั้งแต่เช้าตรู่ มายืนชมพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นท่ามกลางไอระเหยจากน้ำร้อน ก็เป็นภาพที่สวยงามมากจนต้องตราตรึงใจไปอีกนานกันไปเลย ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็นสบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อย่ามัวตะลึงกับความงดงาม และถ่ายรูปจนเพลินนะ เพราะที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนี้ยังมีกิจกรรมที่ฮอตฮิต นั่นคือ การต้มไข่น้ำแร่นั่นเอง ต้องบอกก่อนว่าบ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อนนี้ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ (แรก ๆ อาจจะฉุนนิหน่อยแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มชิน) จำนวนทั้งหมด 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ทำการอุทยาน น้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิสูง ถึง 70 – 80 องศาเซลเซียส จึงสามารถแช่ไข่ให้สุกได้ภายใน 15 นาที ไข่แดงจะแข็งไม่มาก มีรสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า ดูดกรึบเข้าไปทีเดียวได้เลย เรามักจะเห็นชาวบ้านแถวนี้พาครอบครัวมาต้มไข่ยามเช้า และพกแม็คกี้คู่หูความอร่อยที่ทานพร้อมกับไข่ต้มมาด้วย ส่วนร้านอาหารแถวนี้ก็จะนำไข่มาปรุงเป็นเมนูประจำถิ่น ชื่อว่า “ยำไข่น้ำแร่” และไม่นานเมื่ออาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าบรรยากาศที่ว่าเย็นตอนช่วงเช้าก็เริ่มร้อนเพราะไอแดด แต่ว่าบ่อน้ำร้อนนี่ก็ยังมีความสวยงามอยู่ ลองถอยออกมาสักหน่อยก็จะเห็นความงามของบ่อทั้ง 9 ได้เต็มๆตากัน นอกจากบ่อน้ำร้อนที่ขึ้นชื่อติดอันดับของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วย

1. น้ำตกแจ้ซ้อน เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสาย ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ มี 6 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1 กิโลเมตร มีทางเดินไปสะดวกและมามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้ น้ำตกแม่มอญ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำจะตกลมาเป็นช้น ๆ สวยงาม ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ระหว่างทางจะพบกับธรรมชาติที่สวยงาม

2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลายชนิด รวมถึงอาจพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง และปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ หรือ ยางปาย ศึกษาระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวิตหนอนรถด่วน และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน เช่น อะไรทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุกแต่ไข่ขาวเหลว หรือจั๊กจั่นน้ำแร่ เป็นอย่างไร (จั๊กจั่นน้ำแร่จะมีชุกในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) โดยจะเริ่มต้นเดินทางตั้งแต่ลานบ่อน้ำพุร้อนจนถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แล้ววกกลับมาทางใหม่อีกจนถึงลานน้ำพุร้อน

3. แอ่งน้ำอุ่น ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อน และน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้เกิดเป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ ส่วนห้องอาบน้ำแร่ มีทั้งห้องอาบแช่ สำหรับ 3-4 คน ห้องรวมแบบตักอาบและบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้ง น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิน้ำแร่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส

หากใครเดินเที่ยวจนทั่วและเมื่อยเท้าละก็ลองมาแช่น้ำอุ่นดู หรือใครเมื่อยทั้งตัวก็แนะนำให้เข้าห้องอาบน้ำแร่ได้เลย นอกจากจะช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูกได้อีกด้วย แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่สามารถใช้ดื่มได้นะครับ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน

4.น้ำตกแม่ขุน อยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอญ มีลักษณะเป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอญ ต้องเดินเท้าจากที่ทำ การอุทยานฯ 5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทาง

5.ถ้ำผางาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ 8 กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ แจ้ซ้อน 3 (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 60 กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟางาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม หนาวนี้ใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดี

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนแจ่ม

หนาวนี้ใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดี วันนี้ขอนำเสนอ ม่อนแจ่ม หรือ ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เพราะตอนนี้ ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอแม่ริมไปซะแล้ว ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซ้อน แถมยามค่ำคืนฟากฟ้าแวดล้อมไปด้วยดวงดารา ส่องแสงประกายระยิบระยับ
แหม…เกริ่นความงดงามมาซะขนาดนี้ คงไม่มีใครไม่อยากลองไปสัมผัส ม่อนแจ่ม อะ ๆ แต่ก่อนทะยานขึ้นเขา เราต้องไปทำความรู้จักกับ ม่อนแจ่ม และ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ดินแดนแห่งขุนเขากันซะก่อน

พาแอ่วม่อนแจ่มให้ม่วนใจ๋
ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกฝิ่น ในที่สุดโครงการหลวงได้มาขอซื้อพื้นที่เข้าโครงการหลวงหนองหอย โดยได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ สนับสนุน ส่งเสริมสร้างรายได้และอาชีพของชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยพืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ ม่อนแจ่มในวันนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว แต่เป็นพื้นที่แห่งองค์ความรู้ทางการเกษตรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย อากาศที่ม่อนแจ่มเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยคือเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ น่าแปลกที่ว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าม่อนแจ่มในช่วงหน้าหนาวนั้นดูน่ารักมากเป็นพิเศษ ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจ คุณจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่สลับเรียงตัวอย่างสวยงาม หมอกสีขาวโพลนที่บ้างลอยแน่นิ่ง บ้างก็ไหลเอื่อยเมื่อโดนเข้ากับกระแสลม นี่คงจะเป็นความสุนทรียะที่หาไม่ได้จากช่วงฤดูกาลอื่น ในยามที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าและความมืดเข้าปกคลุมรอบ ทันทีที่แหงนหน้ามองฟ้าเราจะพบกับทะเลดาวที่ต่างแข่งกันส่องแสง จนทำเอาคนดูอย่างเราเลือกไม่ถูกว่าจะหันไปมองดวงไหนก่อนดี บรรยากาศทั้งหมดเหล่านี้ จะทำให้คุณตกหลุมรักม่อนแจ่มได้อย่างไม่ยากเย็น

ทำอะไรดีที่ม่อนแจ่ม ?

เสน่ห์ของม่อนแจ่มคงหนีไม่พ้นการไปซึมซับบรรยากาศความหนาวเย็นบนยอดดอย ทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง (แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม) แต่นั่นไม่อาจทำให้คุณรู้จักม่อนแจ่มได้ดีขึ้น และถ้าคุณอยากรู้จักม่อนแจ่มให้มากขึ้น คุณจะต้องรู้สึกถึงการใช้ชีวิตที่ม่อนแจ่มด้วย สิ่งที่น่าสนใจของการมาเที่ยวม่อนแจ่มนอกเหนือจากการนอนเต็นท์ สูดอากาศบริสุทธิ์แล้วนั้น คือการเยี่ยมชม “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตร ทำหน้าที่แนะนำพืชเศรษฐกิจใหม่ ๆ มีผลให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ของชาวเขาให้ดีขึ้น
นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ชีวิตชาวบ้านท้องถิ่นควบคู่ไปกับวิถีเกษตรกรรม ตลอดจนชมแปลงสาธิตพืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ เช่น อาติโช๊ค แปลงสมุนไพรเลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่ ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ฯลฯ
ดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อ๊ะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ม่อนแจ่มมีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ หาชิมยากในเมืองกรุง และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขาก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอว์เบอร์รีผลสีแดงสด

ในบริเวณไม่ไกลจากม่อนแจ่มยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชัน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าเส้นทางไปดอยม่อนล่องอาจจะสมบุกสมบันเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้คุณพลาดที่จะทำความรู้จักกับธรรมชาติให้ลึกซึ้งมากขึ้น

นอกเหนือจากวิถีแห่งธรรมชาติ วิถีความเป็นชนบทของคนที่นี่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน น่าแปลกใจที่ว่าชาวบ้านที่นี่สามารถกลมกลืนเข้ากับกับนักท่องเที่ยวได้ไม่ยากเย็น คงเป็นเพราะมิตรจิตรมิตรใจที่มีให้กันระหว่างชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทั้งยังกิจกรรมให้ทำมากมายจนคุณรู้สึกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้านที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นล้อเลื่อน สวมใส่เสื้อชุดชาวเขา หรือการอุดหนุนซื้อของที่ระลึกกลับไปเป็นของฝาก เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า ผ้าพันคอ เครื่องประดับ ถ้าเป็นอาหารก็คือผักสลัด มันเผา พริกหยวก เป็นต้น

ที่พักม่อนแจ่ม

การพักที่ม่อนแจ่มมีให้เลือกหลากหลาย มีทั้งแบบรีสอร์ท บ้าน และกางเต็นท์ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมนอนกางเต็นท์มากกว่า เพราะรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด เพียงแค่รูดซิปเต็นท์ลงคุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกลอยอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งยังราคาไม่แพง แถมยังใกล้จุดชมวิว ยิ่งถ้าเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ใครที่อยากนอนเต็นท์ต้องรีบโทรมาจองตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งหากจองไม่ทันก็ต้องอาศัยจองที่พักในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอยู่ห่างจากม่อนแจ่มไปไม่มากนัก

ม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท เป็นที่พักอยู่ในส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย แน่นอนว่าด้วยทำเลที่ตั้งของที่พักบนพื้นที่สันเขาทำให้คุณสามารถสูดสายลมเย็น ๆ ได้เต็มสองปอด ทั้งยังมองเห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลได้อย่างสุดลูกหูลูกตา ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ดวงดาวทั้งบนฟ้าและพื้นดิน (แสงไฟจากบ้านเรือนข้างล่าง) นี่จึงเป็นบรรยากาศโรแมนติกระดับห้าดาวที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว…

อ่านต่อ →

งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม

งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน พร้อมกับลิ้มรสอาหารทะเลอร่อย ๆ ไม่ควรพลาดกับงานเทศกาลล่องเรือกินปู

งานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน

ใครอยากหาที่เที่ยวกรุงเทพฯ พร้อมกับลิ้มรสอาหารทะเลอร่อย ๆ ไม่ควรพลาดกับงานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ ภายในงานคุณจะได้ชิมอาหารทะเลสดจากร้านอาหารชื่อดังย่านบางขุนเทียน เลือกซื้อสินค้าชุมชนและสินค้าราคาถูกส่งตรงจากโรงงานมากมายไม่อั้น สำหรับรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามีมาบอกแล้ว…โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของเขตบางขุนเทียน อีกทั้งเป็นการสร้างงานกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมฟื้นฟูมรดกทางปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ตลอดจนส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลนตามนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพฯ
ภายในงานสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
– การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน
– ชิมอาหารทะเลจากร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดชื่อดังย่านบางขุนเทียน
– การจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากโรงงานในพื้นที่เขตบางขุนเทียน
– กิจกรรมปั่นจักรยาน ล่องเรือชมป่าชายเลนบางขุนเทียนและหลักเขตกรุงเทพฯ
– เยี่ยมชมดูวิถีชาวทะเลของชาวบางขุนเทียน
– นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ใครที่อยากลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ แต่ไม่อยากเดินทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ ยังไงก็ลองแวะมาเที่ยวงานเทศกาลล่องเรือกินปู ดูวิถีชาวทะเลบางขุนเทียน ประจำปี 2563 กันดู รับรองเลยว่าเต็มอิ่ม จุใจ รับรองทั้งคุณภาพและความอร่อย ไม่เสียชื่อบางขุนเทียนแน่นอน…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับเทศกาลชมดอกวิสทีเรีย 2020 ณ Ashikaga Flower Park เมืองอาชิคางะ จังหวัดโทะชิงิ

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ห้ามพลาด ซึ่งปีนี้มีอุโมงค์ดอกไม้ให้ได้ชมมากถึง 4 สีสัน พร้อมแนะนำสถานที่ชมดอกวิสทีเรียจุดอื่น ๆ

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเดือนปลายเมษายนเป็นช่วงที่หลาย ๆ พื้นที่ของญี่ปุ่นอากาศเริ่มอุ่นขึ้น ใบไม้ผลิใบสีเขียวสดชื่น ดอกไม้แง้มกลีบเบ่งบานสวยงาม

เป็นช่วงหลังจากเทศกาลชมดอกซากุระ ถ้าใครพลาดชมซากุระก็แนะนำให้ไปเที่ยวชมดอกไม้หน้าร้อนกันต่อ หนึ่งในนั้นก็คือ เทศกาลชมดอกวิสทีเรีย ในญี่ปุ่นนิยมปลูกให้เลื้อยไปบนโครงหลังคา จึงทำให้ดอกห้อยระย้าสวยงาม บางแห่งเป็นอุโมงค์ดอกวิสทีเรียสวยสะกดใจ กลายเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นห้ามพลาดไปเลย วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำสถานที่ชมดอกวิสทีเรียที่ Ashikaga Flower Park กัน สำหรับที่ Ashikaga Flower Park เมืองอาชิคางะ จังหวัดโทะชิงิ ได้เผยกำหนดการการจัดงานเทศกาลชมดอกวิสทีเรีย 2020 (The Great Wisteria Festival 2020) ออกมาแล้ว ซึ่งจะอยู่ระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2563 โดยทางสวน Ashikaga Flower Park ได้เตรียมความงดงามของดอกไม้ไว้ให้นักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งสวนจะมีต้นวิสทีเรียอยู่มากกว่า 350 ต้น โดยไฮไลต์ของงานนี้จะอยู่ที่ต้นที่ใหญ่ที่สุด มีอายุมากกว่า 150 ปี โดยกิ่งก้านและช่อดอกแผ่ขยายออกไปได้ไกลเท่ากับการปูเสื่อทาทามิมากถึง 600 ผืนเลยทีเดียว และยังมีอุโมงค์ดอกวิสทีเรียอีกหลายอุโมงค์ มีทั้งสีม่วง สีชมพู สีขาว และสีเหลือง โดยอุโมงค์ที่ยาวที่สุดจะยาวประมาณ 80 เมตร ช่วงที่ดอกวิสทีเรียบานเต็มที่ก็จะเผยให้เห็นช่อดอกที่ห้อยระย้าลงมาตามโครงที่ทำไว้ ผลิกลีบดอกสวยงามแน่นฟูฟ่องราวกับอุโมงค์ดอกไม้ในเทพนิยาย ความน่าสนใจอีกอย่างของที่นี่ก็คือ มีการเปิดให้เข้าเที่ยวชมในช่วงกลางคืน ซึ่งจะเปิดไฟส่องสว่างไปยังอุโมงค์ดอกไม้ ยามที่สายลมพัดเบา ๆ ก็พาช่อดอกวิสทีเรียปลิวไสวล้อไปกับแสงไฟระยิบระยับ ถ้าได้ใส่ชุดยูกาตะเดินเที่ยวชม บรรยากาศก็คล้ายกับได้ย้อนกลับไปสู่การชมดอกไม้ในช่วงยุคเอโดะเลยล่ะ นอกจากนี้ในช่วงเดียวกัน ก็มีกุหลาบพันปี (Azaleas) ที่จะบานสะพรั่งมากกว่า 5,000 ต้น หลากหลายสีสันให้ได้ชมด้วย…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก จังหวัดราชบุรี เดินเล่นซื้อของสัมผัสบรรยากาศวิถีชุมชน

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก ท่ามกลางแมกไม้ สายน้ำ และภูเขา กันอย่างเต็มอิ่ม

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดโอ๊ะเมิก

จังหวัดราชบุรี จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ให้เราเดินทางไปเช็กอินกันได้บ่อย ๆ แถมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใครที่เริ่มเบื่อ ๆ กับที่เที่ยวราชบุรีเดิม ๆ

กันแล้ว เรามีอีกหนึ่งที่มาแนะนำ ได้แก่ “ตลาดโอ๊ะเมิก” ตลาดใหม่น่าเดิน อยู่ในอำเภอสวนผึ้ง บรรยากาศเรียบง่าย และเป็นกันเอง เอาไว้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับวันหยุด จูงมือเพื่อนและครอบครัวมาเที่ยวกันได้ชิล ๆ ตลาดจะมีอะไรน่าเดินน่าเที่ยวบ้าง ตามเรามาดูกัน ตลาดโอ๊ะเมิกตั้งอยู่ที่ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่ง “โอ๊ะเมิก” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า สุขสบาย ลองใครได้มาเที่ยวที่นี่ จะสัมผัสได้ถึงเอกลักษณ์ของตลาดที่ไม่เหมือนกับที่ไหน เพราะเราจะเห็นชาวบ้านแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือ ลวดลายสีสันไม่ซ้ำแบบ ดูแล้วเพลินตา และเอ็นดูในความน่ารัก ที่เราเองก็ไม่ค่อยได้เห็นจากที่อื่นบ่อย ๆ เมื่อลองใช้สายตากวาดดูบรรยากาศรอบ ๆ เราจะเห็นว่าสินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่ เป็นพวกพืชผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมือง ขนม อาหารแปรรูป สินค้าหัตถกรรม เครื่องจักสาน รวมถึงเครื่องประดับฝีมือคนในชุมชนมาวางจำหน่าย เรียกได้ว่ามีทั้งของให้เดินดูเลือกซื้อกันเพลิน ๆ ได้ทั้งวัน จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของตลาดโอ๊ะเมิกนั่นคือ เป็นตลาดที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ อยู่ติดริมแม่น้ำภาชี สายน้ำไหลเอื่อย ๆ สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นเย็นสบาย ตลอดจนร้านค้าต่าง ๆ ก็ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำเอาไม้ไผ่มาใช้ทำเป็นซุ้มทางเข้า แคร่ โต๊ะ และเก้าอี้ เรียกได้ว่าทุกมุมของตลาดสามารถเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้กับคุณได้เลยทีเดียว…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ จังหวัดมหาสารคาม ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ เป็นสะพานไม้เก่า อายุราวกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางข้ามอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ

สถานที่ท่องเที่ยว สะพานไม้แกดำ

สะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดมหาสารคามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเที่ยวชม

เพื่อสัมผัสของกลิ่นไอแห่งความเป็นชาวบ้านกับสะพานที่ทอดตัวยาวท่ามกลางหนองน้ำแกดำไกลสุดตากว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวและความหลากทางธรรมชาติ ถือว่าเป็นสะพานสุด Unseen อีกแห่งหนึ่ง ที่ควรค่าแห่งการเดินทางมาเช็คอิน ณ มหาสารคาม สะพานไม้แกดำ ตั้งอยู่ที่วัดดาวดึง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม เป็นสะพานไม้เก่า อายุราวกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางข้ามอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ โดยเชื่อมระหว่างบ้านหัวขัวกับหมู่บ้านแกดำ แต่ก่อนสะพานไม้นี่ทรุดโทรมาก ชาวอำเภอแกดำพร้อมด้วยกำลังทหาร ช่วยกันซ่อมแซมสะพานไม้ โดยหวังให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา รวมถึงพัฒนาสะพานไม้เก่าแก่แห่งนี้ ให้เป็นสถานที่ถ่ายภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม สะพานไม้ที่ทอดยาวไปยังอ่างเก็บน้ำหนองแกดำซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติของอำเภอแกดำ มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแกดำ บ้านหัวขัว บ้านโพธิ์ศรี เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อชาวอำเภอแกดำ เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งสัตว์น้ำ พื้ชน้ำ เช่น บัวแดง แหน สาหร่ายหางกระรอก เป็นต้น นอกจากนี้ในหน้าหนาวยังสามารถพบเห็นนกเป็ดน้ำบินหนีหนาวมาจากไซบีเรีย มาอาศัยในบริเวณหนองแกดำด้วย อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ ยังมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวแกดำโดยได้ใช้นำน้ำมาอุปโภค บริโภค ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีโครงการพัฒนาปรับปรุงหนองแกดำให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และยังใช้หนองแกดำในการจัดกิจกรรมงานประเพณีต่าง ๆ ของชุมชน เช่น ลอยกระทง บุญบั้งไฟ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีการสร้างถนนราดยางข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังเห็นชาวบ้านใช้มาใช้สะพานนี้ข้ามไปมาอยู่เรื่อยๆ หนองแกดำ หรือหนองน้ำอื่นๆ ในภาคอีสาน มีสภาพกว้างใหญ่ ลึกบ้างตื้นบ้างเป็นช่วงๆ เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรที่สำคัญ และเป็นแหล่งในการหาปลาเพื่อเป็นอาหารและนำไปขาย สะพานไม้ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ปักเสาลงไปในโคลนใต้น้ำจนถึงชั้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้ที่พอจะหามาได้ คงจะแข็งแรงมั่นคงได้แค่ชั่วระยะเวลาไม่นาน ตอนนี้ถ้าลองไปเดินบนสะพานจะรู้สึกว่ามันโยกเยกเอาการน่าหวาดเสียว แต่ชาวบ้านก็ใช้สะพานนี้อยู่เป็นประจำ มีการซ่อมแซมบ้างเป็นครั้งคราวตามสภาพ เคยมีโครงการรื้อถอนเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตจากทางจังหวัด เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรที่แข็งแรง และวางท่อประปาไปตามแนวสะพาน แต่ชาวบ้านอยากให้อนุรักษ์สะพานนี้ไว้ตามเดิม ตอนนี้มีคนรู้จักสะพานนี้กันมากขึ้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของมหาสารคาม ก็คงจะต้องคงสภาพสะพานไม้นี้ไว้ต่อไป…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ บริเวณจุดชมวิวสกายวอร์ก

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

สถานที่ท่องเที่ยว ทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ

ช่วงหน้าหนาว เป็นช่วงเวลาที่จะสามารถชมทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการ ซึ่งในเมืองไทยก็มีจุดชมวิวทะเลหมอกให้ได้ไปยลมากมายหลากหลายสถานที่ แต่วันนี้เราจะขอนำเสนอสถานที่ชมทะเลหมอกสุดอลังการในภาคอีสาน อย่างทะเลหมอก วัดผาตากเสื้อ จังหวัดหนองคาย มาให้ได้ชมกันค่ะ และยังพิเศษสุด ๆ เพราะเป็นทะเลหมอกที่อยู่เหนือลำน้ำโขงอันสวยงาม เป็นภาพที่ถ้าใครได้เห็นจะต้องร้อง ว้าว ! ว้าว ! ว้าว ! อย่างแน่นอน วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตบ้านดงต้อง ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นสถานปฏิบัติธรรม มีจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน สามารถมองเห็นเมืองริมน้ำโขงอย่างอำเภอสังคม แม่น้ำโขงที่ไหลโค้งไปมาอย่างสง่างาม และยังสามารถมองเห็นฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันมีการสร้างสกายวอล์กกระจกใสแห่งแรกของเมืองไทย เป็นจุดชมวิวใหม่ของอีสาน มีลักษณะเป็นทางเดินกระจกใสที่ยื่นออกไปจากหน้าผาบริเวณวัดผาตากเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้า เป็นทางเดินกระจกใสยื่นจากหน้าผาออกไป 6 เมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 20 คน เพราะใช้วัสดุอย่างดีในการก่อสร้าง และสร้างราวกั้นตลอดแนวสองด้าน อีกทั้งยังปรับปรุงภูมิทัศน์รอบด้านให้สวยงาม เพื่อให้เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงสุดอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดหนองคายและประเทศไทย และในช่วงหน้าหนาวนี้ บริเวณสกายวอล์ก วัดผาตากเสื้อ ก็ยังปรากฏทะเลหมอกสุดอลังการ ที่ลอยคลอเคลียเหนือแม่น้ำโขง เมืองสังคม และแนวเทือกเขาของเมืองลาวอย่างงดงาม ยามเช้าจะมีแสงพระอาทิตย์สีทองสาดส่องลงสู่ทะเลหมอกสีขาวจนกลายเป็นสีทองระเรื่อ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังยืนอยู่บนทะเลหมอกนุ่ม ๆ คล้ายกับดินแดนสวรรค์เลยทีเดียว…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่อง เขาช่องลม จ.นครนายก เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี

สถานที่ท่อง เขาช่องลม  สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว

สถานที่ท่อง เขาช่องลม

เขาช่องลม ที่เที่ยวนครนายกน่าเช็กอิน เดินทางเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติที่เขียวขจี สัมผัสลำธารและสายน้ำสุดชิล ดินแดนลึกลับน่าเที่ยว ไม่ไกลกรุงเทพฯ
นครนายก จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ถูกใจทุกเพศทุกวัย แต่มาถึงนครนายกทั้งทีจะให้เที่ยวแต่ที่เดิม ๆ ก็เดี๋ยวจะหมดสนุกกันไปเสียก่อน วันนี้เราเลยมีที่เที่ยวนครนายกที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่มาแนะนำ ที่นี่ชื่อว่า “เขาช่องลม” บอกเลยว่าธรรมชาติที่นี่สวยเด็ดจนต้องยกนิ้วให้ และน่าจะถูกใจสายถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักที่เที่ยวแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เขาช่องลม ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก สถานที่แห่งนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ธรรมชาติที่นี่จึงยังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายกรีน ที่อยากมาสัมผัสความเขียวขจีของภูเขาและลำธารไหลเย็นกันให้ชื่นฉ่ำหัวใจ การมาเที่ยวที่ช่องเขาลมนักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือ (โดยมีจุดบริการที่เขื่อนขุนด่านปราการชล) ระยะทางจากเขื่อนมาถึงเขาช่องลม ใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเรือจะแวะจุดท่องเที่ยวทั้งหมดด้วยกัน 4 จุด ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม, น้ำตกต้นน้ำ และน้ำตกช่องลม เป็นต้น ถ้าใครมาเที่ยวเขาช่องลมในช่วงหน้าฝน บอกเลยว่าคุณมีสิทธิ์ตะลึงกับธรรมชาติผืนป่าที่เขียวขจี มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว เพลินตาเพลินใจ และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่รู้เบื่อ หรือจะมานั่งเล่นแช่น้ำตกเย็น ๆ ก็ดูชิลไปอีกแบบ ว่ากันว่าช่วงที่เหมาะมาเที่ยวที่เขาช่องลมมากที่สุด ก็ต้องเป็นช่วงหน้าฝนนี่แหละ เพราะถ้ามาช่วงต้นฤดูน้ำในเขื่อนยังไม่เยอะ เรือก็จะแล่นเข้ามาไม่ได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินเท้าไกล ๆ แนะนำว่าให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายนจะดีที่สุด…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเลย

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกันถึงที่

สถานที่ท่องเที่ยว ภูลมโล

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ” แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

อ่านต่อ →

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ จังหวัดเชียงใหม่ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส หนึ่งในแลนด์มาร์กน่าเที่ยว เก็บเกี่ยวความสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งดอกสแตติส

หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน

สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง หากจะคิดถึงโลเคชั่นที่เที่ยวดี ๆ เอาไว้ถ่ายรูปสวย ๆ ดูสักที่ ทุ่งดอกไม้น่าจะติดหนึ่งในลิสต์ด้วยแน่ ๆ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทุ่งดอกไม้สวย ๆ ในเชียงใหม่มาฝาก กับทุ่งดอกสแตติส (Statice) ณ บ้านม่อนยะ ลองได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วหัวใจจะพองโต เพราะเหมือนดินแดนในฝัน สวยหวานละมุนละไม ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ แวะดูสักนิดจะไม่ผิดหวัง จริง ๆ แล้วทุ่งดอกสแตติส บ้านม่อนยะ ชาวบ้านที่นี่ปลูกไว้เพื่อขายมากกว่าจะปลูกไว้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางแปลงที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม และไปถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับดอกไม้ได้ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องสอบถามกับเจ้าของแปลงดอกไม้นั้น ๆ เสียก่อน เพราะมีบางแปลงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี หรือบางแปลงก็เสียค่าเข้าชม แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละแปลง ขึ้นอยู่กับเจ้าของเป็นผู้กำหนด สำหรับใครที่อยากไปถ่ายรูปแนะนำว่าไปได้จนถึงช่วงกลางเดือนเมษายน 2563 ถ้าเลยช่วงนี้ไปอาจจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตาความสวยงามแบบนี้แล้วก็ได้นะ…

อ่านต่อ →